HELLO!!!!
คำเตือน เอนทรี่นี้ยาวมาก และเต็มไปด้วยรูป
ฮัลโหลทุกคนนนน
เรายังชีวิตอยู่ดี เครื่องบินไม่ได้ตกอย่างที่หลายคนหวังไว้ 55+
ก่อนอื่นขอบอกว่า ตอนนี้ (4 เมษายน เวลา 0.00) เราไม่มีเน็ตใช้ในห้อง T T ตอนนี้เลยไม่สามารถโผล่ไป facebook, ออนเอม, เช็คเมล์ได้
คือเหมือนจะมีเน็ตสาธารณะใช้แต่ว่ามันมีปัญหาอยุ่… อ่านไปแล้วจะเข้าใจ
(อาจจะนานนิดนึงกว่าเราเล่าไปถึงเรื่องในญี่ปุ่นนะ)
วันที่ 31 มีนาคม 2553
(รูปนี้เดินๆอยู่ก็โดนลากเข้าไปถ่ายด้วย 55+)
วันนี้เป็นวันสุดท้ายที่จะได้ใส่ชุดนักเรียนเตรียม!! แถมยังเป็นวันแห่งเฟรนชิพ.. วันนี้เราก็เอากล้องไปรร. ได้ถ่ายรุปมามากมาย เช่น..
โชว์ความเมพในการเล่นเกมในไอโฟน 55+ (โดยเฉพาะ Worms) เล่นกันมาทั้งปี.. ไม่เมพก็แย่แล้วววว
รูปส่วนใหญ่เราอัพในเฟสบุ๊คไปละนะ วันนี้จะมาขอนำเสนอเรื่องราวเกี่ยวกับ “แก๊งค์เลฟ”
(จากซ้ายไปขวา) โมกข์ อาร์ม แท็ก บาส VS กรุ๊ป เบน ดาร์ท แม็กซ์
คือพวกเรา 8 คนมักจะไปกู้โลกกันบ่อย(มาก)ๆ
เดิมทีเปิดม.6 มาเราก็แบ่งออกเป็นสองทีม สี่คนซ้าย และ สี่คนขวา ตามลำดับ วันนี้(วันปัจฉิม)เลยมาถ่ายรูป(เกรียนๆ)เป็นที่ระลึก
(หมายเหตุสำหรับคนที่ไม่รุ้จักเลฟ : ถ้าทีมไหนถึง safe room แสดงว่าทีมนั้นชนะ)
เดิมทีตอนแรกๆที่เล่นกันเนี่ย ดูจากสมาชิกในทีมแล้ว พบว่าทีมเราจะแพ้บ่อยกว่าทีมมัน….
“ไอ้พวกนู้บบบบบ”
“สาดด ให้กุเห็น safe room ซักครั้งมึงจะเป็นไรมั้ยยยย”
แต่พอเล่นไปได้นานๆ ฝีมือทีมเราก็เริ่มพัฒนาขึ้น..
![]()
“………………..”
“ทีมกูมีแท๊กกกกกกกกก!!!”
แท็ก : กุพลาด
จบแล้ว 55+
แถมรูปรวมให้รูปนึงๆ (ความจริงก็ไม่ได้ครบคนหรอกนะ)
วันที่ 1 เมษายน 2553
วันนี้เป็นวันสุดท้ายที่จะได้อยู่เมืองไทย(ก่อนที่เราจะกลับไปตอนธันวา) เมื่อคืนก่อนก็นั่งจัดของจนดึก(มากๆ) สืบเนื่องมาจากการที่เราใช้เวลาก่อนหน้านี้ทุ่มเทไปกับเฟรนชิพทั้งหมด (ตอนนี้เหลืออยู่ประมาณ 8 แผ่น เดี๋ยวจะเขียนให้)
ตื่นเช้ามา…. รู้สึกธรรมดามาก เหมือนเป็นแค่วันอีกวันนึง ช่วงนี้ก็พยายามปิดกระเป๋า.. (เน้นว่า พยายาม) เราเอาของอัดแน่นไปมากๆๆๆ ทั้งเสื้อผ้า หนังสือ ของกิน(คือต้องเอาของแบบน้ำมันหอยไปด้วย ให้ตายเถอะ!)
วันนี้ก็เป็นวันจัดงานพรอม… เอาจริงๆตอนนั้นยังไม่ได้คิดเลยว่าจะใส่อะไรไป เมื่อเย็นๆ(ความจริงก็เริ่มดึก)วันที่ 30 มีนา (ที่นัด 945 ไปถ่ายรูป + เลี้ยงพิซซ่าน่ะ) พอกินพิซซ่าเสร็จแล้วเราก็ไปซื้อเนคไทกับแม็กซ์และบาสที่มาบุญครอง เราซื้อสีแดง(ไม่ได้เกี่ยวกะเสื้อแดงนะเฟร้ย) บาสสีเขียว แม็กซ์สีฟ้า คือถ้าแม็กซ์เอาสีเหลืองนี่เป็นไฟจราจรได้เลย55+ เสร็จแล้วก็ไปเล่น Initial D กันเป็นรอบสุดท้ายก่อนเราไปญี่ปุ่น… (มันคือตู้เกมขับรถน่ะ) เห็นโมกข์บอกว่าที่ญี่ปุ่นมีภาคใหม่ด้วยๆ สงสัยต้องหาโอกาสไปลอง 55+
คืนนั้นกับถึงบ้านก็นั่งเขียนเฟรนชิพต่อ คือเฟรนชิพเนี่ย ได้มาเยอะมากๆๆๆตอนแรก แล้วเราก็เขียนแต่คนที่ไม่ค่อยสนิทเท่าไหร่ก่อน เก็บพวกที่อยากเขียนไว้ทีหลัง ก็เลยต้องมาเขียนเฟรนชิพหามรุ่งหามค่ำกันสองวันติดกันเลยทีเดียว
เอ้อ ขอแฉหน่อย ตอนเช้าวันที่ 30… ในขณะที่เรากำลังนอนอยู่อย่างสบาย คืนนี้เป็นคืนรองสุดท้ายที่เราจะได้นอนที่ไทยแล้ว
บืดดดดด บืดดดดดด
เสียงมือถือเราสั่น เราลุกขึ้นมาอย่างสะลึมสะลือ หันไปมองนาฬิกา…. พึ่งเจ็ดโมงเองนี่หว่า เมื่อคืนก็นั่งเขียนเฟรนชิพถึงตีหนึ่งกว่า เหนื่อยมากๆ ใครโทรมาฟระเนี่ยยย ว่าแล้วเราก็หยิบมือถือขึ้นมาจากโต๊ะ
Putt
ชื่อนี้เด่นเป็นสง่าอยู่กลางจอมือถือเรา
“ฮาโหลลล มีอาารายยยภัทรรรร” เราพยายามทำเสียงสะลึมสะลือที่สุดเท่าที่จะทำได้
“เอ่อออ คือ… วันนี้เราคงไปถ่ายรูปไม่ได้อ่ะ”
“อืมมมมมมมม”
“คือ เราติดธุระ”
"อืมมมมมมมมม” เราตอบไปแบบครึ่งหลับ ครึ่งตื่น
“อืม”
….. ทั้งสองคนเงียบไปประมาณ 5 วิ
“งั้นแค่นี้นะภัทร”
ว่าแล้วเราก็ตัดสายไป
นี่เป็นครั้งที่สองที่มันโทรมาปลุกเราตอนเช้าอย่างงี้ ปัญหาอีกอย่างเวลาคุยโทรศัพท์กับภัทร์คือ.. เค้าจะไม่วางสายใส่คุณ เค้าจะไม่บอกลา ถ้าคุณอยากหยุดคุย คุณต้องเป็นฝ่ายบอกเค้า!! ไม่งั้นอาจได้เงียบใส่กันเป็นชม.
(ปรินทรภัทรอ่านอยู่ก็บอกนะจ้ะ 55+)
ปรินทรภัทรคือคนที่ดูเนิร์ดได้โล่ที่สุดในรูปน่ะ เออ!
(เราถ่ายรูปเมื่อวันปัจฉิมไปกับเพื่อนเยอะมากๆอ่ะ อัพลง facebook ไปให้แล้วๆ)
สำหรับเพื่อนๆที่ไม่รุ้จักคนในรูปนะ
ซ้ายสุดคือแม็กซ์ อยู่ห้องเดียวกับเราตอนม.4 กับ ม.6 ที่ชอบไปเล่นเกม กินข้าว กันบ่อย(มาก)ๆ 55+
ผู้หญิงคนซ้ายคือเล็ก อยู่ห้องเดียวกับเราตอนม.4 … ยิ้มให้เราทุกครั้งที่เจอกันอ่ะ!
ผู้หญิงคนขวาคือมิ้ว อยู่ห้องเดียวกับเราตอนม.4 ม.5… โดดเรียนด้วยกับบ่อยๆๆๆๆๆ (สังเกตจำนวน “ๆ” 55+)
นอกเรื่องไปมากและกลับมาต่อๆๆ
และแล้วก็ถึงเวลาไปพรอม…
เราใส่สูทออกจากบ้าน พ่อก็ไปส่งที่รถไฟฟ้า เรานั่งจากวงเวียนใหญ่ถึงเพลินจิต รู้สึกเท่ห์มากตอนนั่งรถไฟฟ้า 55+
มาถึงสถานีเพลินจิตประมาณ 5 โมง.. เสร็จแล้วก็เจอแม็กซ์ ตามด้วยบาสกับอาร์ม แล้วพวกเราก็เดินไปที่งานกัน..
ไปครั้งนี้ถ่ายรูปอย่างเดียวเท่านั้น (ถ้าอัพใส่ facebook ได้เมื่อไหร่จะอัพ + พรรษกร แสงแก้วมึงไปสมัครซะ!!)
พอเข้างาน เริ่มรู้สึกใจหาย… เราจะไม่ได้เจอเพื่อนๆไปอีกเกือบปีเลยนะเนี่ยย ก็ถ่ายรูปกับทุกคนๆๆ
มาดูรูปกับซักนิด (sample 5 รูปนะ ที่เหลือดูใน facebook ไม่งั้นเวลาอัพบล็อกจะช้า)
รูปที่ 1 – เก๊กให้กุหน่อยย
รูปซ้ายถ่ายวันปัจฉิม รูปขวาถ่ายที่พรอม
คือเนื่องจากเราดูรูปแรกแล้วพบว่าเราไม่ได้ทำหน้าเกรียนแบบบาส ตอนถ่ายรุปที่สองเราก็เหมือนจะพยายามแล้วนะ.. แต่ก็ยังสู้ไม่ได้อยู่ดี 555+
(บาสอ่านอยุ่ปะวะ)
รูปที่ 2 – ทำอะไรในห้องน้ำ?
ถ่ายตอนอยู่ในห้องน้ำ… คือในงานนี่เราจะถือกล้องไว้ในมือตลอด เวลาเจอใครก็..
“ถ่ายรุปกันนนน”
รูปที่ 3 – ……..
ไม่รู้จะบรรยายอะไรดี มีสาวๆ(?)ขนาบสองข้าง…… ล้อเล่นนะจ้ะ 55 (หรือไม่ล้อเล่นดี)
รูปที่ 4 – ก็คนมันยุ่ง
คือ เรากะดาร์ทเนี่ย ตอนไปพรอมก็มีคนโทรมาติดต่อเรื่องธุรกิจตลอดเลย… ก็งานมันเยอะอ่ะ ธุรกิจกำลังบูม 55+
(ความจริงคือดาร์ทคุยโทรศัพท์อยู่แล้วแม็กซ์ออกไอเดียให้เราเอามือถือขึ้นมาทำเหมือนโทรแล้วก็ถ่ายซะเลย)
รูปที่ 5 – เห้ยยย
ดูหน้าสิ -*-
คือตอนนั้นให้กานต์ถ่าย แล้วกานต์ถ่ายสั่นเลยเปลี่ยนไปให้อาร์มถ่าย พออาร์มจะถ่ายกานต์ก็ต่อยแขนอ่าน ทำให้รุปสั่น (เพื่ออาร๊ายย) เราก็เลย… เห้ยยย พอ
เราต้องออกจากงานตอน 19.30 …….. คือเราต้องกลับมาบ้าน เอาสูทใส่กระเป๋าใหญ่ แล้วก็ออกเดินทางจากบ้านก่อนสามทุ่ม (วางแผนไว้อย่างนั้น) คือเครื่องบินมันออก 23.55 น.
ตั้งแต่ไปถึงงานเราก็ถ่ายรูปกับคนอื่นอย่างเดียวเลย ของกินก็กินแค่ iBerry ไปลูกครึ่ง กับทอดมันของดาร์ทอีกหนึ่งชิ้น -*-
.. เดี๋ยวจะรู้ว่าการที่เราไม่ได้กินข้าวนี่มันมีผลอย่างไร
ว่าแล้ว.. พอถึงเวลา 19.20 เราก็เริ่มไปอำลาเพื่อนๆ.. รู้สึกโหวงๆ จะไม่ได้เจอกันอีกตั้ง 8 เดือน….. บางคนเหมือนจะเศร้า บางคนเหมือนจะดีใจ? 55+
เราก็ลงจากชั้นบนมาตอน 19.30 พอดิบพอดี กะว่าต้องรีบกลับบ้าน เดี๋ยวจะตกเครื่อง!! แต่ปรากฎว่า พอลงมา ยิ่งเจอเพื่อนอีกมากมาย คือเป็นพวกที่พึ่งเข้างานมา (คืนนั้นไม่ได้เจอมิ้วเลยอ่ะ) ก็เลยถ่ายรูปๆๆๆๆๆๆๆ
สรุปคือ ออกจากงานเกือบๆ 19.50……
รีบเผ่นกลับบ้าน ถึงบ้านก็ 21.10 เข้าไปแล้ววว
กลับถึงบ้าน เราก็ทอดสูท แล้วไปอาบน้ำ เปลี่ยนเสื้อ พ่อเราก็เก็บสูทใส่กระเป๋าให้.. พอเราออกมาจากห้องน้ำปุ๊ปก็ขึ้นรถแล้วก็ไปสนามบินเลย..
เสียวๆเหมือนกันว่าเราลืมของอะไรไว้รึเปล่า คือรีบออกจากบ้านมากๆๆๆ
ถึงสนามบิน 22.15
มีเพื่อนมาส่งด้วยสามคน (เฟรนสาด)
(จากซ้ายไปขวา) กัน บิ๊ก เบน มิกจี
เพื่อนจากปทุมวันอ่ะ
ยังไงก็ขอบใจมากๆ ที่มา โดยเฉพาะกัน ที่วันนั้นอุตส่าห์ไปสุวรรณภูมิถึงสองรอบ!! โหดจริงๆ 55+
ก็คุยๆอยู่กับเพื่อน และครอบครัว และเพื่อนที่กำลังจะไปญี่ปุ่นด้วย…
พอห้าทุ่มนิดๆก็ say goodbye แล้วเราก็เข้าไปข้างใน……
เอ้อ ลืมบอกไป
ขอบคุณมากๆ สำหรับทุกคนที่โทรและ/หรือ msg มาให้ อยากจะบอกว่าขอบคุณมากๆ แต่เราไม่ได้ตอบกลับไปเพราะว่ามันเยอะ = = คือมีเวลาไม่พออ่า ก็ขอบใจมากๆ
เรื่องกระเป๋าเดินทาง….. ในกรุ๊ปที่มาเที่ยวบินนี้ ของเราเยอะที่สุดละ 55+ (กำลังงงๆว่ามีอะไรมากมาย) เรา load กระเป๋าไปหนึ่ง กับลังอีกสองใบ แล้วถือกระเป๋าขึ้นเครื่องไป 3 (เป้ กระเป๋าลาก กระเป๋าโน้ตบุ๊ค)
คงไม่ต้องบอกว่าหนักขนาดไหนนนน เวลาเดินนี่เมื่อยมาก
จะบอกว่าทุนญี่ปุ่นนี่.. แอบหรูว่ะ ให้ coupon เข้าไปนั่ง lounge ของ JAL ด้วย คือเกิดมาเราไม่เคยเข้าเลยอ่ะนะ มาถึงก็ไปรอขึ้นเครื่องที่ Gate อย่างเดียว
lounge มันก็เป็นที่นั่งพักของสวยการบิน มีอาหาร เครื่องดื่มอะไรให้กิน…
กว่าเราจะผ่านด่านต่างๆในสนามบินเข้าไปได้ ก็ 23.20 พอดี… เค้าเรียกขึ้นเครื่อง 23.55…… แต่คือเราหิวมากๆๆๆ (จากที่บอกไว้ว่าไปพรอมแทบไม่ได้กินอะไรเลย) เราก็คุยกับคนอื่นๆ(ที่ไปทุนอ่ะ)ว่าไป lounge กัน… พวกนั้นก็ไป
พอไปถึงปุ๊ป เราก็วางสัมภาระ(ที่หนักสาดๆ) แล้วก็ไปกินๆๆๆ จะบอกว่าของกินเค้าอร่อยแหละ(หรือเพราะตอนนั้นเราหิวฟระ) เครื่องดื่มก็มีตั้งแต่โอวัลตินไปจนถึง Schmirnoff (สะกดถูกปะ)
นั่นแหละ.. พอเรากินๆอยู่ เจ้าหน้าที่ก็มาบอกว่า
“ขึ้นเครื่องได้แล้วค่ะ คนอื่นเค้าขึ้นไปหมดแล้วนะคะ เดี๋ยวเกทจะปิด”
คือมีคนวอลล์มาตามตัว คือว่าเป็นนักเรียนทุนของเค้าไง เลยสำรวจอย่างดีว่าไม่ตกเครื่อง 55+ ตอนนั้นก็ 23.45 แล้ว
พวกเราก็รีบเดินไปถึง Gate…. ระหว่างเดินไปก็ได้ยินเสียงเรียก Final Call ของ Flight เรา…..
พวกเราก็วิ่งอ่ะดิ!!
เกิดมายังไม่เคยถึงขนาด Final Call 55+ กินเพลินเกินไป เกือบตกเครื่อง ยังดีที่เค้าเช็ค
พอไปถึงเกท.. พบว่าไม่มีคนอยู่เลย พอพวกเราผ่านเกทไป เจ้าหน้าที่ก็พูดใส่วอลล์ว่า “มาครบแล้ว”
แอบระทึก!
วันที่ 2 เมษายน 2553
จากกรุงเทพถึงโอซาก้าใช้เวลาบินประมาณห้าชมครึ่ง
บนเครื่องก็ได้นอนไปแค่ประมาณสองชม….
แล้วก็ถึงญี่ปุ่น!!
ตอนเราลงจากเครื่องมานี่ มองออกไปข้างนอกฟ้าครึ้ม ฝนตกอยู่ อากาศก็เย็นนนน (ประมาณ 5 องศาได้)
จะบอกว่า… เราใช้เวลา 1 ชมกว่าๆ ถึงจะผ่านตม. ได้ คือคนเยอะมากๆๆๆๆๆๆๆ
พอออกมาจากสนามบิน ก็มีคนขับรถมายืนรอพวกเราอยู่…. เค้าก็ช่วยคนกระเป๋าขึ้นรถ (รถที่เค้าขับเป็นแบบที่นั่งตอน 945 เฮฮาออนเดอะบีชอ่ะ) รู้สึกเป็น VIP ว่ะ 55+
ถ่ายวิวสองข้างทางระหว่างอยู่ในรถ… ช่วงที่เรามาตอนนี้นี่ซากุระบานพอดีอ่ะๆ สวยมากๆๆ
จะบอกว่าสนามบินที่เราไปลงนี่ ญี่ปุ่นถมสร้างเกาะขึ้นมาเลย!! แม่งรวยไปแล้วว
นี่รูปถ่ายจากหน้าหอที่เราอยู่นะ
นี่ก็รุปถ่ายจากหน้าต่างห้องเรา (คือถ้าตอนนี้เราหันซ้ายไปก็จะเห็นภาพนี้)
จะบอกว่า หอที่เราอยู่เนี่ย มันอยู่ชานเมืองของโอซาก้า.. แถมในหอไม่มีเนตฟรีใช้ T T (ไม่เหมือนนิธิ สาดด) คือตอนนี้ถ้าเราจะใช้เน็ตเราต้องเดินไปประมาณ 400 เมตรเพื่อไปใช้ wireless ที่ห้องสมุด… ส่วนเรื่องเน็ตในห้องเค้านัดไปคุยวันที่ 6 เมษา… พระเจ้า!! แถมสมัครไปแล้วต้องรออีกพักกว่าจะมีใช้ ช่วงนี้เลยติดต่อคนอื่นยากๆๆๆๆๆ แอบเซง
ที่เห็นเราไปโผล่แวบๆใน facebook เนี่ยคือเราขอใช้ iPhone ของรุ่นพี่เค้าแหละ
วันแรกมาถึง… วางกระเป๋า เข้าห้อง แล้วก็ไปปฐมนิเทศเลย (โหดไปมั้ยยยย คือง่วงมากๆ) เสร็จแล้วก็มีรุ่นพี่คนไทยมาพาไปเดินๆรอบ campus แล้วก็บอกว่า super มันอยู่ตรงไหน (เดือนไปประมาณ 2 กิโลมั้ง) แอบโหดอยู่ คือมันเป็นเขา… คือมันมี slope ไง นึกถึงเขาชนไก่วันที่สอง
ที่แอบโหดอีกอย่างคืออากาศ ตอนนี้ยังไม่ชิน เพราะตอนนี้ที่นี่มันเย็นกว่าเมืองไทยประมาณ 30 องศา -*-
นี่ถ่ายในโรงอาหารเค้านะครับ
สังเกตเสื้อผ้าว่า แต่ละคนใส่มิดชิดเพราะว่ามันหนาว… แต่ทว่าผู้หญิงญี่ปุ่นนี่ ใส่สั้นมากๆ อ่ะ คือ.. สงสัยว่าไม่หนาวกันหรือยังไงงง
วันนี้ก็ได้ขึ้นรถเมล์ด้วยๆ
คือจะบอกว่ารถเมล์ญี่ปุ่นนี่ แตกต่างกับไทยโดยสิ้นเชิง ที่ป้ายรถเมล์จะมีกระดาษ A4 แปะอยู่สามแผ่น
แผ่นแรกบอกเวลาเดินรถวันจ-ศ แผ่นที่สองของวันเสาร์ แผ่นที่สามของวันอาทิตย์
แล้วเวลาที่เขียนนี่.. เป็นแบบ 9.37 ,10.13, 11.26
สังเกตเลข
มันเป็น 9.37 ไม่ใช่ 9.36 ไม่ใช่ 9.38…
ตอนแรกก็สงสัยว่ามันจะมาเป๊ะจริงเร้ออ จนกระทั่งมารอ.. เห้ยย โคตรเป๊ะ
ดีตรงที่เราไปเดินเอ้อระเหยได้ เพราะรู้เวลาที่รถออกแน่ๆ
ถ้าคิดเป็นเงินไทย… ขึ้นรถเมล์ครั้งนึงราคาเริ่มต้น 70 บาท แล้วก็ขึ้นไปทีละประมาณ 7 บาท…. คิดว่าโหดมั้ยล่ะ.. เดี๋ยวรอดูราคาแท็กซี่ซะก่อน
ก่อนจบวันนี้… แถมรูปบ้านคนญี่ปุ่นให้รูปนึง
วันที่ 3 เมษายน 2553
วันนี้มีนัดไปทำ alien card ตอนเช้า… เมื่อคืนกว่าจะได้นอนก็เกือบตีหนึ่งงง คือคืนเมื่อวานรุ่นพี่พาออกไปเลี้ยงข้าวข้างนอก กว่าจะถึงก็ก็ดึกแล้ว ของก็เอาออกมาแค่ที่ต้องใช้ก่อน แล้วแถมยังต้องเขียนเอกสารที่จะทำ alien card ในวันนี้อีก…
(alien card = บัตรคนต่างด้าว (ฟังดูเหมือนเราเป็นคนพม่า ไรงี้ 55) ไม่ใช่ว่าเราเป็น alien นะเฟร้ยย)
รุ่นพี่นัดเจอข้างล่างหอตอน 8.30 เราก็เลยตั้งนาฬิกาปลุกไว้ 7.15 เผื่อเวลาเตรียมตัว…
ทีนี้ นาฬิกาปลุก เราเอามาจากเมืองไทย เป็นแบบเสียบปลั๊กของ Sony (ที่มันจะฟังวิทยุได้อ่ะ) ก็… ตอนหยิบไอ้นี่มาลืมคิดว่าไฟมัน volt ไม่เท่า ความถี่ก็ไม่เท่า เราก็ลองเสียบดู…. เห้ย ใช้ได้ แต่ว่าไฟมันซีดๆกว่าที่เมืองไทย
รุ่งเช้า… เสียงนาฬิกาก็ดังขึ้น เราก็ตื่นขึ้นมา ฟ้าก็สว่างแล้ว ที่นาฬิกาก็เขียนไว้ว่า 7.15 เราก็รีบไปล้างหน้า แปรงฟัน เตรียมเอกสาร พอเราพร้อมจะออกแล้วเราก็หยิบนาฬิกาข้อมือมาใส่….
ปรากฎว่าเวลาที่นาฬิกาข้อมือบอกคือ 6.30!!!
ส๊าดดด นาฬิกาปลุกที่เอามามันเดินเร็วไปปปปป ถึงว่าง่วงๆ
ว่าแล้วเราก็นอนต่อ -*-
พอถึงเวลานัด.. รุ่นพี่ก็พาไปขึ้นรถเมล์ ปรากฎว่ามีเพื่อนคนนึงหา passport ไม่เจอ!! (คือ passport เป็นเอกสารนึงที่เพื่อนต้องใช้) มันก็เลยเอาสำเนาไป
พอไปถึงที่โน่น ปรากฎว่าเจ้าหน้าที่บอกว่าใช้สำเนาไม่ได้ รุ่นพี่ก็เลยพาเพื่อนคนนั้นกลับหอ แล้วบอกให้พวกเรานั่งรถเมล์กลับไปเจอกันที่หอ (แอบระทึกนิดๆ ว่าจะนั่งไปได้มั้ย 55+)
เราทำเสร็จเป็นคนแรก ก็ออกมานั่งรอคนอื่น… (มีคนไทยทั้งหมด 5 คนที่มาด้วยกัน กลับหอไปแล้ว 1 ก็คือเหลือเรากับเพื่อนอีก 3 คน)
ตอนนั้นก็เวลา 10.37 นาที…..
พวกเราก็เดินออกมาจากสำนักงานเขต เห็นรถเมล์ที่พวกเราต้องขึ้นออกจากป้ายพอดี….
แล้วเราก็ไปดูที่ป้ายรถเมล์.. มันก็บอกไว้ว่ามา 10.37 …. มรึงจะตรงเวลาไปถึงไหนห๊ะะ มาช้าซักนาทีไม่ได้เรอะ
แล้วเราก็ดูว่าเที่ยวต่อไปมันกี่โมง…. 12.33 เอาวะ เกือบสองชม. ไปเดินเล่นแถวนี้ก่อนละกัน ว่าแล้วพวกเราก็ไปเดินเล่น ไปกิน Mac (จะบอกว่าที่มี McDonald เป็นอะไรที่ถูกสุดแล้วในบรรดาของกิน) เ
จะบอกว่า ตอนไปสั่งนี่… เราพูดสั่งไปได้ แต่เค้าตอบกลับมานี่เราไม่สามารถรับรู้ 55+ อย่างเช่น ไปถึง เราก็บอกเค้าว่าเราจะกินอะไรมั่ง อย่างละกี่ชิ้น แล้วเค้าก็จะตอบอะไรยาวๆกลับมา (เราคาดว่า น่าจะประมาณแบบ ทานที่นี่หรือกลับบ้านคะ ไม่ก็ จะรับอะไรเพิ่มมั้ยครับ) แต่เราไม่รู้ว่าเค้าพูดอะไร ก็ได้แต่ยิ้มๆ แล้วยื่นเงินให้เค้าไป 55+
เสร็จแล้วก็ไปเดินซุปเปอร์เล่น ซื้อ strawberry มากิน…. เดินไปเดินมา ในที่สุดก็ 12.20 พวกเราก็ไปนั่งรอที่ป้ายรถเมล์
12.20 มันก็มา (ตรงเวลาจริงๆ ทำได้ไงฟระ) คนเยอะมากๆๆ พวกเราก็ขึ้นรถเมล์ไป พอรถเมล์กำลังจะออก เราก็เห็นรุ่นพี่กับเพื่อนคนที่มันกลับไปเอา passport… เค้าก็กวักมือให้เราลงมา แต่ว่าลงไม่ได้แล้วว คนเยอะมาก รถก็กำลังจะออก รุ่นพี่กับเพื่อนก็กวักมือให้พวกเราลงไป แต่พอดูว่าลงไม่ได้รุ่นพี่ก็พูดว่า “เจอกันที่หอ” ….. แล้วรถก็ออกไป
พวกเราก็นั่งรถไปอีกสองป้าย แล้วก็ตัดสินใจลง แล้วเดินกลับ…
แต่พอมาถึง รุ่นพี่กับเพื่อนหายไปแล้วว สำนักงานเขตก็ปิด (คือเค้าปิดวันเสาร์ แต่ว่าเปิดให้พวกเรามาทำบัตรโดยเฉพาะ)
พวกเราก็ไปดูเที่ยวรถเมล์…. เที่ยวต่อไปมา 13.26
เอาวะ รอก็รอ
แล้วพวกเราก็ไปกินแม็คอีกรอบ….
สุดท้ายก็กลับไปที่หอจนได้ ถึงประมาณบ่ายสอง ก็มีรุ่นพี่อีกคนมารับ แล้วพาไปซื้อ talking dict
ตอนเย็นพี่ๆก็พาไปกินซุชิ (ความจริงก่อนมาก็กินแต่อาหารญี่ปุ่น ไม่เชื่อถามแม็กซ์ ดาร์ท ได้ 55+)
วันนี้ได้นั่งรถใต้ดินด้วยแหละ อันนี้ก็ยิ่งตรงเวลา อย่างดูจากตั๋ว เที่ยวที่เรานั่งมันออก 15.13
แล้วของญี่ปุ่นนีมีรถไฟหลายสาย + หลายประเภทมากๆๆ เราเอาตัวอย่างมาให้ดูสองอัน ลองดูความแตกต่างระหว่างจำนวนสถานีของที่นี่กับ BTS = =
คือแค่ในสถานีก็หลงได้แล้ว 55+
นั่นแหละนะ จบวันนี้
วันที่ 4 เมษายน 2553
วันนี้รุ่นพี่พาไปเที่ยวเมือง Nara
จะบอกว่าตั้งแต่มานี่ยังไม่มีเวลาจัดของเล้ยยยยย นอนก็น้อยทุกคืน ติดๆกันมาตั้งแต่คืนวันที่ 28 มีนาและ คือตอนนั้นเริ่มจัดของ + เขียนเฟรนชิพ
เล่าเป็นรูปละกันนะๆ (เริ่มขี้เกียจพิม 55)
จบทั้งหมดนั่นก็สองทุ่ม….
แล้วรุ่นพี่ก็พานั่งรถไฟไปกินข้าวในเมือง Osaka
![]()
รูปสุดท้ายนี่อร่อยมากอ่ะ 55+
ก็… กินข้าวเสร็จประมาณ 5 ทุ่ม เสร็จแล้วเราก็นั่งรถไฟไปอีกทีนึงเพื่อจะไปซื้ออาหารเช้าของวันพรุ่งนี้…
ทีนี้ วางแผนไว้ว่า หลังจากซื้อเสร็จแล้วพวกเราจะนั่ง monorail ไป แล้วก็เดินกลับหอ คือรถเมล์เที่ยวสุดท้ายมันห้าทุ่มกว่าๆ ไปไม่ทันแล้ว
พอถึง Family Mart (คือเราซื้อข้าวปั้นไว้กินตอนเช้าจากที่นั่นแหละ) ก็ปาเข้าไปเที่ยงคืนแล้ว…. เสร็จแล้วก็เดินออกมาขึ้น monorail…
แต่ปรากฎว่าสถานีมันปิด!!!!
คือเป็นวันอาทิตย์ เค้าปิด 22.40 วันนั้นไปถึงสถานีก็เที่ยงคืนพอดี… (วันปกติมันปิด 00.10) เอาแล้วไง ตอนนี้ทางเดียวที่จะกลับได้คือแท็กซี่…
จะบอกว่าแท็กซี่คันสีดำดูหรูว่ะ แบบคล้ายๆ limousine คนขับยังใส่สูทอ่ะแสรดด
มิเตอร์ตอนขึ้นก็….. 660 เยน (ประมาณสองร้อยกว่าบาท) แล้วราคามันก็ขึ้นทีนึงประมาณ 80 เบน… คิดเป็นเงินไทยก็ประมาณยี่สิบบาท
ถึงหอก็….. 2600 เยน เกือบๆพันบาท พระเจ้า!!
(จะบอกว่าตอนเช้าก็ตกรถเมล์ไปเที่ยวนึงเว่ย 55+ เพราะมีเพื่อนคนนึงมัวแต่ซื้อของ)
เอาเถอะ!!
พิมมานานแล้ว พอแค่นี้ก่อน
อยากจะบอกว่าคิดถึงทุกคนมากๆ (กัดฟันพูดด 55) ไม่ว่าจะเป็น
ที่บ้าน
แก๊งค์เลฟ
DotA Group
เพื่อนๆเตรียมทุกคน
EPTS8
เพื่อนคนอื่นๆๆ
และก็… คนที่อ่านบล็อกนี้จากในเมล์
:))
อย่าลืม!!! เมล์มาบ้าง (คือช่วงนี้ facebook อาจจะไม่เหมาะกับเราซักเท่าไหร่ คือไม่มีเวลา) ง่ายที่สุดคือคุยกับเราในบล็อกนี่แหละ มีอะไรก็พิมไว้ใน comment เดี๋ยวเราพิมตอบ ถ้าส่วนตัวๆก็เมล์มานะๆๆ
เจอกันธันวานี้
อย่าลืมเราล่ะทุกคน!
ป.ล. นี่ที่อยู่เรานะ
Room 1302
Minoh Dormitory for Foreign Students Building 1
Osaka University
8-1-1, Aomatani-higashi, Minoh-shi
Osaka 562-0022 Japan
ยาวมากกกกก(อ่านจบนะ)
เอร๊ยยย อิจฉาอะ เที่ยวเยอะมากกกก อยากไปบ้างอะไรบ้าง
ปีหน้าๆ เราจะจัดทริป 945 เฮฮาโอซาก้า 5555+(ไม่มีงบ = =)
ดีว่ะเทอ
friendshipไม่ต้องรีบก็ได้ นอนให้พอให้ได้ซะก่อนเห๊อออ
รักษาสุขภาพด้วย หนาวก็หนาว(ที่นี้ร้อนชิบหาย)
ปล.อาร์มมันบ่นๆว่าเบนหาสาวได้กี่คนแล้ว – -*
เอร๊ยย ดีอ้ะ
Kinz - April 5, 2010 at 12:07 |
เสียใจอ่ะ ไม่ได้ถ่ายรูปคู่กับเบน
ซักรูปก็ยังไม่มีเลย
แงแง
อาหารน่ากินจังไว้เราไปที่นั่นเมื่อไหร่ จะให้เบนพาทัวร์นะ
(หรือเบนอาจเรียนจบก่อนที่เราจะไป 55)
รักษาสุขภาพด้วยนะเบน
ว่างๆก้หาหนุ่มมาให้เราซักคน 55+
ว่างมากก้สองคนละกัน ก๊ากกกกก
Kaewaew - April 5, 2010 at 13:06 |
ดูน่าตื่นเต้นดีว่ะ อยากลองหลงในสถานีรถไฟสักครั้งง 555
บรรยากาศดี แอบอิจฉาว่ะ อยากไปบ้างง 555
โชคดีๆ แล้วคุยกันๆ : )
GUPp* - April 5, 2010 at 17:15 |
เอนทรี่นี้ยาวจิงๆอ่ะแหละ – -a
ก็ว่าทำไมหายไป ไม่มีเน็ตใช้นี่เอง ฮ่าๆ
ดูภาพแล้วอยากไปบ้างแฮะ น่าอิจฉา (โดยเฉพาะอาหาร)
โชคดีๆ หาเน็ตใช้ให้ได้เร็วๆล่ะ จาได้เม๊ากันสะดวกๆ
ธันวากลับมาอย่าลืมของฝากล่ะ 5555 (งกจิงๆกรู)
ปล. ก็จะไม่สมัครเฟสแล้วมีไรมะ?
MiGoYaN - April 5, 2010 at 20:07 |
นี่แค่ไม่กี่วันแรกก็ได้เที่ยวเยอะขนาดนี้แล้ว
น่าสนุกจัง >_______<
ชอบรูปภัทร nerd ได้อีก!
ชอบรูป “ถึง safe room แล้วว้อยยย” ดาร์ทจะแม่ไม้มวยไทยไปไหน
แต่ว่า
ชอบหน้าเบนรูปที่ 5 ที่สุดแล้ว 5555
Kook2ai - April 5, 2010 at 20:35 |
ขอจองเม้นไว้ก่อนได้ไหม อ่านแค่ครึ่งเดียวเอง TT
คิดถึงมากๆโว้ยยยย
ปล. อยากเห็นดอกซากุระ =]
DenizeN Crocky - April 5, 2010 at 20:59 |
ยาววมากกกก แต่เราก้อ่านจนจบ 5555
อิจฉาอ่ะเทออ ดูแบบว่า ผจญภัยเล็กๆ น่าสนุกสุดๆ อ้ะ
ดูแลสุขภาพด้วยน้า ที่กรุงเทพร้อนมากกก แต่ตอนนี้เราอยุบ้านน ก้ฝนตกทุกวันเลยย – -
ดุรุปแล้วบรรยากาศดีมากก น่าอยุจังง
คิดถึงงงนะศรา ^^
Nu-Lek - April 5, 2010 at 22:19 |
ปี2ไปจิงๆนะเห้ยย ไม่ได้พูดเล่น
แต่กัวไปไม่ถูกว่ะเบ้น
P.S ไหนว่าจะบอกชื่อคนนั้นไงอ่ะ บอกมาซะดีๆ สายไร ชื่อไร55
P@RN - April 5, 2010 at 22:32 |
ขอบคุณสำหรับ Special Mention 55555
เป็นเราเราคงกินนอนอยู่ในห้องสมุดที่มีเน็ตนั่นอะ 5555 ไม่ออกไปไหนแล้ว
ได้เบอร์โทรแล้วบอกละกาน เผื่อมีไรจะได้ติดต่อได้ทันที ฮ่ะๆ
ปล. อิจฉา อยากกินไอรูปสุดท้ายโว้ยยยย
kmabwp - April 6, 2010 at 02:22 |
เฮ้ยยย
ดีว่ะๆ ช่วงนี้ไม่มีไรทำเลย พอแกไม่อยุก็ไม่ได้เที่ยว= =”
กว่าจะอ่านจบนี่สุดๆอะ ดูดิ๊มาอยู่คอมเม้นที่10เลย (ล้อเล่นๆ พอดีเข้ามาช้า)
แต่ก็นะ ดูหนุกหนานเฮฮาดีอะ ขนาดน่าร้อนมันยัง5องศา-*-อิจฉาสุดๆ
ดูแลสุขภาพดีๆนะเว้ยย นอนหลับให้มากๆ
ปล.ชอบว่ะไอตรงเวลารถเมล์ รถไฟเนี่ย!! บะบายๆ เอ้อ อัพไวๆนะเด๋วจะติดตาม หุๆ
WizarD - April 6, 2010 at 22:03 |
ยาวมากเรยป๋า
สงสัยจะได้ขยายสาขาฮาเร็มไปที่ญี่ปุ่นด้วยแน่เรย 555+
เบื่อมั่กๆ ป๋าจะกลับมาธันวา…วันไหนอ่ะ ใกล้ปีใหม่ป่ะ
ไปเที่ยวกัน 555+
แล้วเราก็ไม่ได้ก๊งอยู่ดี เห้อออ ไหนว่าจะสอนให้กินไง
ป๋าอ๊ะ
ขอให้ใช้เน็ตได้เร็วๆนะเธอ 555+
จะได้เม้นกันๆ
เอาไว้เราเข้าหอแล้วจะถ่ายรูปหน้าหอไปให้ดู
(แบบว่า ยังกล้าอวด) 555+
คิดถึงเว่ยๆ
vyes - April 7, 2010 at 12:35 |
กลับมาตอบให้อย่างเป็นทางการ =]
ก่อนอื่นขอบอกก่อนเดี๋ยวลืม จัดการที่เมืองไทยเรียบร้อยแล้วรึยัง (ไม่ต้องบอกก็คงรู้นะ)
คงทรมานสินะ ชีวิตครั้งแรกแบบไม่มีอินเตอร์เน็ตติดต่อกัน 3-4 วัน แค่วันเดียวเราก็จะตายแล้วอ่ะเบน TT
รูปปัจฉิมมึงแต่รูป…. อ่านแล้วกุงง มีแต่เกมที่กุไม่เล่น 555 สนอย่างเดียว… ลากปรินทร์ภัทรมาถ่ายรูปได้ไง!!!!! มันแทบจะเป็นไปไม่ได้เลย แต่อิจฉาอ่ะ 945 มีนัดไปถ่ายรูปรวมก่อนด้วย (ช่างน่าหมันไส้ซะเหลือเกิน งับหัวๆ แหะๆ) มีเลี้ยงพิซซ่าด้วยอ่ะเบน หึยๆๆๆ
ทำไมรู้สึกเหมือนมึงจะไม่เศร้าเลยอ่ะ ออกจากเมืองไทย อ่านแล้วนั่งขำเอาเรื่อยๆ
งานพรอม….. ที่ตะหงิดๆ….. ทำไมแม็กซ์ไม่เอาสีไทสีเหลือง!!! แอบแค้นแทน งานเดียวในชีวิตต้องเด่นหน่อยสิวะ (หรือกุอย่างเด่นอยู่แล้ว TT) เห้ยแต่ กราบงามๆอีกครั้ง ขอโทษที่ไปงานพรอมไม่ทันเบน คงคาดว่าคลาดกันนิดเดียวเอง พอดีเรานั่งแต่งหน้าอยู่ o.O (5555)
จนแล้วจนรอด เฟรนชิพเยอะยันวันสุดท้ายจริงๆ น่าสงสารมากๆ ทำไม่ทำแบบไอกิตติพิชญ์ (อ่านชื่อเอ็มมันเอา นั่งขำอยู่สามวันสามคืน 555) ไม่ใช่เราไม่เขียนนะ!!! เราเขียนแต่ขอเวลาอีกนิดนึง พอดีเรื่องวุ่นวายชีวิตเราเยอะ (อยากรู้ถามได้ในเอ็ม เมื่อมึงมีเน็ต)
ปรินทร์ภัทร again!!!! ตลกที่มันคุยโทรศัพท์อ่ะ (ที่สำคัญรูปมันน่าร้ากกกกกกกกกกกก)
ทำไมไม่ยอมตกเครื่องเนี่ย!!! จะได้ไม่ต้องไป (อ่าว แล้วจะสอบทุนทำซาก -*-) พึ่งจะเริ่มเศร้าสินะ เส้นลึกจริงๆ แต่ที่แปลก… ตัวมึงติดกับกล้องเหรอ เห็นถ่ายอยู่นั่นแหละ ย๊ากกกกก
ทำไมเครื่องบินมันหรูเงี้ยยย ตั้งแต่คนโทรตาม ยันที่นั่งในเครื่องบิน โอ้ยย ได้กินไรบ้างเนี่ย ชาตินี้เราคงไม่มีบุญไปนั่งที่แบบนั้น ฮือๆ TT (เห็น Final Call แล้วนึกถึง amazing race 5555 ) แล้วสนามบินมันจะหรูไปไหนเนี่ย ถมเกาะสร้างเลย!!! …… พอนึกถึงประเทศไทย……. รู้ๆกันอยู่นะ 555
เอ่อ…. รถเมล์มัน ตั้งนาฬิกาปลุกป่ะเบน ไม่คนขับก็เป็นหุ่นยนต์ รถไฟไม่แปลก แต่รถเมล์เนี่ย กุช็อค -*- แล้วไอข้าวที่มีไข่ปลา (ป่ะ) แล้วก็ปลาแดงๆ นั่นเรียกว่าอะไร…… เห็นแล้วน้ำลายไหลหน้าคอม -*-
ปล. คิดถึงว่ะเบน (กุกระดากปากพูดนะ 555….. โอ๋ๆๆ ล้อเล่นๆ =])
DenizeN Crocky - April 8, 2010 at 18:03 |
ง่าาา อยากไปส่งนะเบน แต่ไม่ไหวจริงๆ = =
วันนั้นตื่นเช้าไปส่งนิธิเสดแล้วเช้าวันต่อมาเราก็ขึ้นเครื่องเหมือนกัน
ถ้าไปส่งแกก็คงได้นอนค้างที่สุวรรณภูมิ…
ได้เบอร์แล้วขอด้วยละกัน คงจะได้ติดต่อไปมั่งแหละ
โชคดีๆ
Serif[X] - April 9, 2010 at 02:35 |
[...] ลองดูเรื่องตอนเราไปทำ Alien Card http://thewhysoseriousblog.wordpress.com/2010/04/05/hello/ อยู่ตรงวันที่ 3 [...]
A gazillion-word pre-Golden Week Story « WHY SO SERIOUS - May 9, 2011 at 19:45 |