Settling in
คำเตือน เอนทรี่นี้ยาวมาก
ตอบเม้นนน
พล๊อยพลอย เขียนว่า…
เม้นแรก… ป่าววะ 555
ของกินเยอะโฮกกกกกก
ยังไม่ได้กินข้าวด้วย 5555อยากเที่ยวๆๆๆ ช่วงนี้อยุแต่บ้าน
อิจฉาเว่ยยยยแอบสงสัยว่าเรียนหนักขนาดไม่มีเวลาใช้คอมเลยหรอ
เป็นเรา เครียดตาย ถ้าไม่มีคอม
ยังไงก้ตั้งใจเรียนน้าา ไว้มีตังเมื่อไหร่จะไปญี่ปุ่น 555อ้อ! เห็นซํกเม้นนึงบอกว่าให้ทำซากุระแห้งส่งมา ไอเดียเจ๋ง!!
(จริงๆคืออยากได้นั่นเอง 555)ปล. ถ้าไม่มีเวลาไม่ต้องรีบอัพบล๊อกก้ได้นะ สงสารร (แต่รออ่านอยุ 55)
และ
อ้อ อีกนิดนึง ลืม 55
หนาวขนาดนั้นยังจะกินไอติมกันอีกเนอะ = =
ถึง พล๊อยพลอย :
เม้นแรก… เหมือนเข้จะแค้นนะ 55+ ตอนนี้เราเรียนทุกวันแหล่วว เริ่มปรับตัวได้ หลังจากผ่านมาหนึ่งอาทิตย์ คือตอนนั้นเราไม่มีเวลาว่างเลยเพราะเราต้องอ่านของเก่ามาจนถึงระดับห้องเรียนที่เราสอบได้อ่า คือเราไปเริ่มเรียนบทที่ 17 เราก็เลยต้องอ่านบทที่ 1 ถึง 16 เองให้ทันก็เลยไม่มีเวลา แต่ตอนนี้ทันละคิดว่าน่าจะว่างขึ้นแหละๆ
มาที่นี่แล้วรู้สึกว่าชีวิตเราพอไม่มีคอมแล้วมีอะไรให้ทำอีกเยอะๆๆ 55+ ตอนนี้เราหนักไปทางไอโฟน ใช้มันทำทุกอย่าง ซื้อมาใช้คุ้มมากๆ เอ้อ แล้วจะบอกว่าเราเก็บซากุระมาทำเป็นดอกไม้แห้งก่อนที่มีใครซักคนจะบอกอีกแหละๆ คือเรากะว่าจะส่งกลับไปให้พร้อมกับเฟรนชิพ (มีอยู่ประมาณ 8 คน)
หนาวก็ต้องกินไอติมดิ… ไม่เคยได้ยินหรอ หนามยอกต้องเอาหนามบ่ง (ก็แย่แล้ววว) 55+
Denizen Crocky เขียนว่า…
โย่วววว ได้เม้นแรกป่าววะ -*-
Nipponbashi รู้สิ!!!!! นั่นสวรรค์ของเราเลยนะ การ์ตูนญี่ปุ่นทั้งหลายอ่ะ แล้วมีการ์ดอีกตะหาก (เบนอาจจะไม่เคยรู้ แต่เราคลั่งการ์ตูนญี่ปุ่นสุดชีวิต) TT
ไอร้าน cold stone นั่น…. กุขอทำแฟรนชายน์ได้ป่ะ มันน่ากินอย่างถึงที่สุด เมืองไทยมันมีแต่ผสมผลไม้อ่ะ แบบ red mango นี่มีแทบทุกอย่าง ยั่วน้ำลายได้ใจมาก
พูดถึง rush hour แล้วเหมือนพวกอเมริกาเลย ที่คนเยอะๆเดินไปทำงานป่าววะ แต่จักรยานเหมือนจะเห็นในจีนหรือแถบเอเชียมากกว่า -*- (มีไปกุก็ทำไรไม่ได้ ขี่จักรยานไม่เป็น กากสาด 55)
ไอ challenge นั้นเราอ่านผิดป่าววะเบน “สูง 1.5 เท่าของไอโฟน” บ้าไปแล้ววว เขาไม่ให้ดูรูปก่อนสั่งมาหรอวะ คือเคยเห็นในรายการเกมโชว์ญี่ปุ่นเว้ย แบบบางร้านเปิดมาเกือบ 5-6 ปี มีคนชนะแค่ 3 คน -*- (กำไรจริงๆ)
****** ของกินชี้นำ 555555+ – ใช่ๆ ไม่งั้นเราก็จำไม่ได้ละ วันหลังลองระบุชื่อสถานที่มาก็ได้ จะได้เรียกกันถูกๆ
สวนนั่นสวยมากๆ มันเป็นทุ่งใหญ่มากๆเลยป่ะ ขนาดแค่ดอกทิวลิป (ใช่ไหมวะ) ยังสวยขนาดนี้เลย ถ้าทั้งทุ่งแม่งต้อง…… สาดดด กุนอนตายตรงนั้นได้ทั้งวันเลยนะ 55+
พระเจ้า โอโคโนมิยากิ TT ราดไรลงไปมั่งอ่ะ ทำไมมันถึงดูน่ากินขนาดนั้น (เคยเห็นแต่ในรันม่า ที่อุเคียวทำ เอิ๊กๆ)
เห้ยเบน รอกุก่อนนน แคลคูลัสอย่าไปเครียด เดี๋ยวกุดิ่งถึงญี่ปุ่นไปช่วย วิศวกร หน้าตาดีอย่างกุซะอย่าง 555 (ได้ข่าวมึงยังไม่ทันเรียนเลยไอเข้ มึงนี่บ้าจริงๆ TT – มีการด่าตัวเอง, แล้วหน้าตาดีมันทำให้ฉลาดขึ้นหรอ -*-)
ปล. กุอยากทำ collection จระเข้อ่ะเบน กลับญี่ปุ่นธันวาก็หาของขวัญวันเกิดมาให้กุหน่อยดิ TT (ล้อเล่นนะ ตามใจๆ)
ปล.2 อะไรคือโรงละครคาบูกิ (อ่านเจอในคินดะอิจิ เห็นมันหรูหราๆ)
ปล.3 ตั้งใจเรียนนะเฟ้ยยย ชดใช้กรรมที่ทำไว้ตอน ม.6 ซะ วะฮ่าฮ่า
และ
เห้ยยย พลอยแย่งเม้นแรกเรา แค้นๆๆ
ถึง DenizeN Crocky :
เขียนมาได้ยาวววววได้ใจมาก 55+
เอาจริงๆพึ่งรู้ว่าบ้าการ์ตูนญี่ปุ่น (หน้าเงี้ยนี่นะ = =”) เท่าที่ดูในเม้นอันแสนจะยาววเนี่ย เกี่ยวกับของกินเยอะนะ 555+ โอโคโนมิยากิ… ไม่รู้เค้าใส่ไรไปมั่งอ่ะ รู้แต่อร่อย 5555
ส่วนเรื่องแคล… ไอ้ที่ยากน่ะของสายวิทย์เฟร้ย อ่านดีๆ แล้วก็… เทอมที่เรียนแคลกุได้คะแนนมากกว่ามรึงนะเฟร้ย ซัมกุเต็มว่ะแสรด (ล้อเล่นนะจ้ะเข้… ถึงแม้มันจะเป็นความจริง 55+) เอ้อ ไอ้ตุ๊กตาจรเข้.. ซื้อที่ญี่ปุ่นกับที่ไทยมันไม่ได้จะต่างกันเล๊ยยย ซื้อไปเค้าก็ไม่รู้ว่าซื้อมาจากญี่ปุ่น ไว้ถ้าเจอจรเข้ใส่กิโมโนไรงี้จะซื้อไปให้ละกัน 55
โรงละครคาบูกิ = โรงละครที่แสดง “คาบูกิ” มันคือการแสดงอย่างนึงของญี่ปุ่น
แล้วก็…. เรื่องใช้กรรมตอนม.6 ไม่เป็นไร ถือว่ากุม.6 ไปตั้งแต่ต้นเดือนสิงหา 555+
Kaewaew เขียนว่า…
สนใจล่ะสิ เรื่องของกิน …เอิ่มม เราสะดุ้งเล็กน้อย 55+
กรี๊ดๆๆ อีกครั้งกับรูปของกิน
รูปเยอะมากคราวนี้ (สงสัยจะเก็บกดจากเอนทรี่ก่อน 55+)
แล้วเราก้ได้ชมสวนดอกไม้ตามต้องการ 55รูปของกินนี่ก้นะ ถึงแม้เราจะกินข้าวแล้วก้เหอะ
มันยั่วยวนอย่างแรง 55
ตอนนี้เบนทำให้เราอยากไปกินร้านญี่ปุ่นร้านนึงมาก อยุ่แถวศาลาแดง
ญี่ปุ่นจิงๆ คนเสิร์ฟใส่แนวกิโมโนๆ 55
ต้องชวนทุกคนไปกินกะเราให้ได้ แทนการไปญี่ปุ่นแบบที่เบนชวนแล้วกัน
เพราะอันนั้นมันดูยากกว่าอ่ะนะ 55Challengeของเพื่อนเบนนี่สุดยอดอ่า เราว่าคนที่มีแววแข่งแล้วชนะอ่ะนะ
ก้คือ…เพื่อนเข้ของเรานี่เอง 55 นิวคงกินหมด10นาทีแรก เว่อไปป่ะมีความสุขกับการเรียนน๊าเบน
ถึงแม้มันจะดูหนักหนาสาหัสก้ตาม 555 แต่เราเชื่อว่าเบนสามารถ!!
สู้ตายจ้า
ถึง Kaewaew :
ขอสารภาพว่าเราตั้งใจเขียนประโยคนั้นให้แก้ว 555+
ตอนนี้เปิดเรียนแล้ว… รูปของกินอาจจะน้อยลงไปหน่อยนะ ต้องขอโทษที 55 รุ่นพี่ที่นี่ทุกคนบอกเราว่าถ้าได้มากินอาหารที่ญี่ปุ่นแล้ว กลับไปกินอาหารญี่ปุ่นร้านไหนที่ไทยก็ไม่อร่อยเท่า… อันนี้ไม่รู้จริงป่าว เดี๋ยวต้องลองๆ แก้วก็รีบเก็บเงินมากินที่ญี่ปุ่นสิ!! 55
Challenge… เราว่าเข้มันกินทีเดียวทั้งจานอ่ะ แบบว่าจานหายไปด้วยเลย (มันอ่านอยู่ป่าวเนี่ย) 555+
ตอนนี้ก็(ยัง)มีความสุขกับการเรียนนะ 55 ยังชิวๆอยู่อย่างเคย มีแต่ญี่ปุ่นที่ต้องอ่านหน่อยๆ แก้วแว้วก็ใช้เวลาปิดเทอมให้คุ้มๆล่ะ ไปเที่ยวเยอะๆๆ (แต่จะติดม็อบป่าวเนี่ย = =) อีกครั้งนะ… อย่าลืมมาให้ได้ก่อนเราเรียนจบล่ะ!
GUPp* เขียนว่า…
cold stone อร่อยสาดดด(เคยกินตอนอยู่เมกา) จำไม่ได้แล้วราคาเท่าไหร่ ;P
ถ้าเปนเมื่อก่อน เราคงตาลุกวาวกับรูปร้านการ์ตูนแอบถ่ายของเมิงอ่ะนะ 555
แต่ก็เปนจุดขายของญี่ปุ่นด้วยแหละนะ เรื่องนั้นดอกไม้สดใสว่ะ เหมือนพลาสติกเลย – – อยากไปถ่ายรูปแสดดด
จะลองหาทางไปเที่ยวอยู่ 555เออ ลองถ่ายรูป AV สักแผ่นมาให้ดูหน่อยดิ
(จะเชคว่ามีมั้ย 555 ล้อเล่น ;P )\tc* : )
ถึง GUPp* :
ทำไมถึงต้องเป็นเมื่อก่อนหว่า…. แสดงว่าตอนนี้เลิกบ้าแล้วเรอะ?? (กุไม่เชื่อ 55)
เดี๋ยวไว้เอนท์เสดเมื่อไหร่วางแผนมาก็ได้เว่ย แบบว่าจัด 945 เฮฮา in Japan (จะมีใครมามั้ยวะ 55+) แต่เอาจริงๆ ถ้าเพื่อนมาจะถูกเว้ยแบบนอนห้องกุ ไรงี้ (กะว่าเข้ามหาลัยแล้วจะอยู่ห้องหรูๆเลย 55+)
ส่วนรูป AV…. มึงก็มีอยู่เยอะแล้วไม่ใช่เรอะ? 5555+
tc too! มีอะไรก็พิมมาในเฟสเช่นเคยนะ
Serif[X] เขียนว่า…
เรามีข่าวดีและข่าวร้าย…
1. เราเจอวิธี jailbreak fw 3.1.3 แล้ว
2. มันไม่ support 3GS ที่เพิ่งออกล่าสุด(ที่เราคิดว่าแกซื้อมา…)รอกันต์มาเม้นต่อละกัน.. แต่เราคิดว่าตอนนี้คงต้องรอไปก่อน
ไม่งั้นก็ไปซื้อ iPad มา.. มัน jailbreak ได้แล้ว 555+
ถึง Serif[X] :
ความจริงไม่ต้องตอบก็ได้มั้ง.. เพราะเหมือนเราจะคุยกันหลังไมค์ไปหมดแล้ว 55+ เอ้อ เห็นกันมันบอกนิว่า iPad out of stock 55+ อุตส่าห์ไปถึง NY เลยทีเดียว…
เอ้อนี่ นั่งเรือกลับมาเร็วกว่ามั้ย 55+ เอาจริงๆคือ หาทางออกจากยุโรปให้ได้อ่ะ.. ไม่ก็เที่ยวให้ครบเดือนเลย 55+
NuttJee เขียนว่า…
โห จานข้าวมันเล็กไปนะเบน(ประชด)
อยากไปลองแข่งดูอะ555 ไว้ไปเมื่อไหร่จะติดต่อให้เบนพาไปนะ
และ
เอ่อ ลืมบอก เหนในรูปมีร้านมูจิด้วย ปากกามันใช้ดีมากๆ
เบนอะ เอารูปมาลงย่ิงกระตุ้นให้เราอยากไปญี่ปุ่นเร็วๆ
สงสัยจะต้องรีบเก็บตังซะแล้วววว อยาดไอญี่ปุ่น!!
ถึง NuttJee :
ขอให้มาเถอะๆๆ เรานึกภาพนัทจี๋กับกิฟท์กินไอ้จานยักษ์นั่นออกเลย 55+ (เอ๊ะ หมายความว่ายังไง)
แล้วก็… เราไม่เคยรู้จักมูจิมาก่อน 55+ แต่เห็นนัทจี๋บอกแล้วเดี๋ยวจะไปลองซื้อปากกามาใช้ดูๆๆ
Nu-Lek เขียนว่า…
เบนนน
เราหายไปทำบุญสงกรานต์หลายวันนเรยย แต่ก้กลับมาอ่านบลอกย้อนหลังเรียบร้อยย 555
…เนี่ยๆ รับบุญไป เราทำบุญเผื่อละน้า ^^ไม่ได้อัพบลอกบ่อยก้ไม่เปนรายย ไปตั้งใจเรียนบ้างไรบ้างง (เอ๊ะ! เหมือนปกติเบนไม่ตั้งใจเรียน?? ) ฮ่าๆๆ
ปล.1 อิจฉาตรงที่รุ่นพี่เลี้ยงตลอดเนี่ยล่ะ เปนเรานะ กินแหลกเหมือนกันน vอิอิ
ปล.2 mizz u jaaa
ถึง Nu-Lek :
สาธุ….
ก่อนมาเราก็ไปทำบุญมาแหละ.. อยู่ที่นี่คงไม่ได้ทำเท่าไหร่ (หรืออาจจะไม่เลย) ว่างๆเล็กก็ทำบล็อกมั่งสิ เพื่อนๆจะได้ติดตามๆๆ
ป.ล.1 พวกเราที่มานี่ 5 คน… ตอนนี้มาได้ 17 วัน หมดไปแล้ว ประมาณ 3 หมื่นบาท (หมายถึงที่พี่เค้าเลี้ยง..) นึกสภาพการกิน 55+
ป.ล.2 miss u too!
Dicy เขียนว่า…
ป๋าขา หน้ากินมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก
หนูเพิ่งหาที่เมนท์เจอ(อีกครั้ง ลืม) ห้าห้าพ่อๆๆ สรุปว่าพ่อจะให้หนูส่ง FS ให้พ่อไงอ่ะ มีที่อยุ่ป่ะห้าห้า หนูจะส่งไปให้จริงๆนะ ของหนูกับพี่ชายรวมไปเลยไหมอ่า ห้าห้า
รีลลี่มิสพ่อนะจ้ะ กินข้าวอย่าลืมนึกถึงพวกหนูแล้วกินเผื่อนะ พวกหนูกินข้าวก้อจะนึกถึงพ่อค่ะ(ฟังดูเปนลูกที่ดีห้าห้า) มิสพ่อๆๆๆ
บายๆค่า
ถึง Dicy :
ก็พอเข้าใจที่หนูดาหาที่เม้นไม่เจอ 55+
ส่งก็ส่งมาทางไปรษณีย์เลยๆ เดี๋ยวเราก็จะส่งกลับมาให้
นี่ที่อยู่เรานะๆ
Room 1302
Minoh Dormitory for Foreign Students Building 1
Osaka University
8-1-1, Aomatani-higashi, Minoh-shi
Osaka 562-0022 Japan
เหมือนจะเจอดาครั้งสุดท้ายวันรับผลสอบ… ตกลงทำไมไม่ได้มาวันปัจฉิมอ่า พรอมด้วย.. เอาเถอะ… ไว้จะนึกถึงดาและพี่ชายทั้งสองเวลากินข้าวนะๆ 55
Army เขียนว่า…
เบ็น
คือแบบ อยากกินมากกกกอ่ะ >.< เง้อออ เห็นแล้วอยากไปญี่ปุ่นจัง
(ที่อยากไปคืออยากไปกิน= =)
คือว่าน่ะ ถ่ายภาพของกินมาฝากเราเยอะๆหน่อยน่ะ แบบ อยากเห็นอ่า ชอบอ่ะ ดูแล้วสวย + น่ากินมากๆ ฟูจิคงสู้ไม่ไหวมั้งเนี่ยสู้ๆ ตั้งใจเรียน ธันวาหิ้วมาฝากเราซักอย่างสิ เหอๆๆๆ
อีกอยากอ่ะ อยากเห็นพวกข้าวกล่องรถไฟอ่าา หามาให้ดูหน่อยบายๆ กู๊ดไน๊
ถึง Army :
ก็รู้ว่าอาร์มอยากกิน 555+ เอาจริงๆ มาให้ได้ เดี๋ยวธันวานี้เราไปค้างที่หอแล้วค่อยวางแผนกัน มาซัก 4-5 คนน่าจะกำลังดี (แล้วแต่จำนวนผู้ที่ศรัทธา)
ส่วนรูปของกิน… ลองย้อนกลับไปดูเอนทรี่ก่อนๆเว่ย มันก็พอมีบ้าง เดี๋ยวไว้ต่อจากนี้จะถ่ายรูปของกินมาให้ดูทุกมื้อเลยดีมั้ย? 55+ เหมือนคนจะว้อนกันมาก
แล้วก็.. ข้าวกล่องรถไฟคือไรหว่า
Inuami เขียนว่า…
อร๊างงงงงงงง
น่าอยู่ น่ากิน~~
เมืองเค้าคนเยอะเนาะ…
ดูวุ่นวายยังไงไม่รุ….
แต่ว่า….
ร้านการ์ตูน~!!!! >3<เห็นใส่โค้ทแล้วรู้สึกแปลกๆ….
หนาวแค่ไหนน้อ….PS เราหายไปเพราะช่วงนี้เรานั่งดูการ์ตูนทั้งวันทั้งคืนเลย ฮ่าๆๆๆ
เอ็มก็ไม่ออน (ทั้งๆที่เปิดคอมตลอดเวลา)
555+++
ถึง Inuami :
อาทิตย์ที่แล้วหนาวอ่าา แบบว่าเลขตัวเดียว ส่วนอาทิตย์นี้ก็เริ่มขึ้นมา 1X แล้วว ค่อยยังชั่วหน่อย…
ไว้เดี๋ยวถ้าเห็นอะไรเกี่ยวกับอินุยาชะจะซื้อไปให้นะๆ แล้วก็.. เฟรนชิพเดี๋ยวเราส่งไปให้!!
เอ่อ.. ว่างมากก็อัพบล็อกมั่งสิ!
arc เขียนว่า…
คนเดินเยอะมาก จักรยานก็เยอะอ่ะ
ร้านการ์ตูนมีหมอนข้างขายด้วย – –
การ์ดนั่น magic the gathering ใช่ปะเนี่ย
ของกินน่าทานมาก แต่Challenge นี่คงไม่ไหว ยอม
รูปสวยมากๆอ่ะ อยากไปบ้างจัง
เปิดเรียนแล้วก็โชคดีนะ ไปละ~
ถึง arc :
สวัสดีอีกครั้งโมกเค่อ!!
มันคือการ์ดอะไรเราก็ไม่รู้อ่ะ 55+
ช่วงนี้ก็คงเล่นเกมอยู่บ้านเหมือนเดิมใช่มะ… หรือจะให้เราช่วยรวมพลให้? 55+
นัดล่วงหน้านะโมกข์ๆๆๆ ธันวานี้เจอกันแน่นอน! เอ้อ แล้วก็ เดี๋ยวถ้าเจอตู้ initial d เมื่อไหร่จะถ่ายมาให้ๆ จะเล่นให้ด้วย 55+ แล้วจะมาเล่าให้ฟังว่าเป็นไง
WizarD เขียนว่า…
ที่น่าสนใจสุดก้challengeนี่แหละเว้ยย
แบบว่าตอนเน้เพิ่งกลับมาจากเชียงราย= =”
หิวสาดดดด ไม่น่ามาอ่านเอนทรี่นี้เลย- –
ไปละ ไปต้มมาม่ากิน(ดูต่างกันราวฟ้ากับเหว)T3T”
ถึง WizarD :
จะบอกว่ารอบาสกลับมาอ่านเลยนะเนี่ย แล้วค่อยอัพอันใหม่ 55+
ที่เหลือคุยต่อหลังไมค์นะๆ
แค่ตอบเม้นก็เหนื่อยแล้ว…. 55+
(ต่อจากนี้เขียนเมื่อวันศุกร์ที่ 16 เมษายน 2553 เวลา 16.43 น.)
1 เอนทรี่ ต่อ 1 อาทิตย์น่าจะกำลังดีนะ… เพราะเราเองก็เขียนยาวววววว
สังเกตว่าต้นซากุระมีใบสีเขียวขึ้นแล้ววว
ตอนนี้ดอกก็กำลังร่วงโรยไปเรื่อยๆ ต้นซากุระกำลังจะกลายเป็นสีเขียวอีกครั้ง เป็นสัญญาณบอกว่า… ฤดูใบไม้ผลิมาแล้ว และฤดูใบไม้ผลินี้ก็ถือเป็นจุดเริ่มต้นใหม่อีกครั้งของธรรมชาติ…. คนญี่ปุ่นก็ถือฤดูใบไม้ผลิเป็นจุดเริ่มต้นของปีเค้าเช่นกัน ปีงบประมาณใหม่ การโยกย้าย ก็เลยเกิดขึ้นในช่วงนี้
หลายคนอาจจะกำลังสงสัยว่าเราจะเล่าให้ฟังทำไม…
ฤดูใบไม้ผลิก็หมายถึง…. เปิดเทอม!!!
ของญี่ปุ่นจะมีปิดเทอมเดือนกรกฎา สิงหา และมีนา แต่ว่าปีนี้ที่เรามาเรียนภาษา มีเปิดเทอมแค่เดือนสิงหากับมีนาเท่านั้ = =” แล้วสิงหาก็ไม่ได้กลับไทย เพราะว่าต้องไปอยู่กับโฮสแฟมิลี่
นี่คือตึกเรียนของเรา!!
ข้างในยังใหม่อยู่ ห้องเรียนมีเยอะพอควร แล้วก็มีห้องสมุดกับห้องคอม…
มาดูตารางเรียนเราดีกว่า.. (เขียนให้หลายคนหายหมั่นไส้จากที่เราชิว(สาด)ตอนม.6 55+)
ที่ญี่ปุ่นนี่คาบเรียนคาบละ 1 ชั่วโมงครึ่ง… เรียนกันเต็มอิ่มเลยทีเดียว
ทุกเช้า (จ-ศ) — เรียนญี่ปุ่น 2 คาบ 8.50-10.20 พัก 10 นาที แล้วก็ต่อ 10.30-12.00
(เดี๋ยวจะบอกอีกทีว่าแต่ละวิชามันเรียนอะไร)
สำหรับช่วงบ่าย…
วันจันทร์ – ว่าง!!!! (เลยได้ฤกษ์มาอัพบล็อก 55+)
วันอังคาร – Japanese Studies 1.00-2.30 Conversation (พูดญี่ปุ่น) 2.40-4.10
วันพุธ – เศรษฐศาสตร์ 1.00-2.30 การเมือง 2.40-4.10
วันพฤหัส – เลข 2.40-4.10 พักสิบนาที 4.20-5.50
วันศุกร์ – ประวัติศาสตร์ (มันตามมาหลอกหลอน) 1.00-2.30 พักสิบนาที 2.40-4.10
จะบอกว่าตารางมันไม่ค่อยจะสมดุลเท่าไหร่เล้ยย ดูวันจันทร์.. เที่ยงก็เลิกแล้ว ส่วนวันพฤหัส เลิก 6 โมง!! (คือมันเป็นพักกลางวัน 2 ชั่วโมง 40 นาที ไม่รู้จะเพื่ออะไร)
วิชาแรก… ญี่ปุ่น
อย่างที่บอกไป.. มาถึงเราต้องสอบ Placement Test ความรู้ญี่ปุ่น.. คือเค้าจะแบ่งเป็นสองพวกคือ UA กับ UE (UA = Advanced UE = Elementary)
ง่ายๆคือพวก UA มันพูดญี่ปุ่นได้แล้วนั่นเอง
UA มี 3 ห้อง (UA1 อ่อนสุด UA3 เมพสุด) UE มี 6 ห้อง (UE1 อ่อนสุด UE6 เก่งสุด)
เราได้อยู่ UE5.. ก็พอจะโอเค(สมกับที่เรียนมา) แต่ความจริงแล้วมันก็คือว่าไอ้คนที่จะเรียนเศรษฐศาสตร์เนี่ย ส่วนใหญ่เป็นเด็กเกาหลี แล้วมันก็อยู่ UA กันหมดเล้ยย พูดง่ายๆคือมันได้เปรียบอย่างรุนแรง ส่วนคนไทยที่มาก็อยู่กันสองห้อง UE4 กับ UE5 พวกเกาหลีก็จะไปอยู่ UA กันหมด (คือภาษามันคล้ายกันมากก โคตรขี้โกงอ่ะ)
ห้องเรียนญี่ปุ่นเรามี 6 คน (แต่ละห้องจะ 5 หรือ 6 คน) แทบจะเรียกได้ว่าเรียนส่วนตัวเลยทีเดียว… แล้วครูเค้าดูแบบละเอียดมากๆ เรียนอาทิตย์ละห้าวัน แต่ละวันก็จะมีครูคนละคน ครูห้าคนก็จะแชร์สมุด 1 เล่ม ไว้จดพฤติกรรมของเด็กในห้อง ว่าวันนี้ไม่ทำการบ้านมา วันนี้มาสาย วันนี้โดดเรียน วันนี้ถามแล้วตอบไม่ค่อยได้ วันนี้เหม่อในห้อง อะไรประมาณนั้น (จะบอกว่าเราโดนเหม่อในห้องไปแล้วว 55+ วันนี้นี่เอง เห็นเค้าจดๆอะไรซักอย่างลงไป ไม่รู้ใช่ป่าว)
การสอนของเค้าก็วางแผนมาอย่างเว่อร์ แบบว่าครูเค้าจะมีกระดาษหนึ่งใบเขียนไว้ว่า วันนี้ตอนเวลาเท่านี้ต้องถึงเรื่องนี้ เวลานี้ต้องเลยไปถึงนี่ แล้วก็มีเขียนไว้ว่าจะให้การบ้านอะไรทำมั่ง..
ที่ต้องเรียนหนักก็คงเป็นญี่ปุ่นนี่แหละ เปิดเรียนมาปุ๊ป เจอท่องศัพท์ไปวันเดียวประมาณ 70 คำ!! แถมคันจิ (ไอ้ตัวจีนยึกยือๆอ่ะ) ไป 40 ตัวในหนึ่งวัน…… คือถ้าอยู่เมืองไทยนี่เรียนแค่วันละ 3 ตัว หรือถ้าเราอ่านเองก็แค่ 5 ตัวเป็นอย่างมาก แต่ก็ไม่น่าเชื่อว่าจะจำกันเข้าไปได้
สั้นๆคือ เรียนไทย 6 เดือน เรารู้คันจิเกือบๆ 2 ร้อย อยู่นี่เรียนอาทิตย์เดียว เพิ่มไปแล้ว 130
นี่คือกิจกรรมของเราในวันสงกรานต์แหละ.. (วันที่ 13)
เรียนเสร็จแล้วเราก็ไปอ่านหนังสือที่ห้องสมุดเค้า
(เพื่อนๆ : กุสะใจว่ะ!!!)
—————————————————————————————–
(ขั้นรายการ เนื่องจากเขียนมีสาระมากเกินไป เดี๋ยวผู้อ่านรับไม่ไหว 55)
ยังจำได้มั้ย?? ต้นซากุระหน้าหอเรา ที่เราถ่ายรูปนี้
ไม่ถึงสองอาทิตย์ก็เปลี่ยนไปขนาดนี้แล้ว!!!
เพราะฉะนั้นถ้าใครอยากมาดูซากุระที่ญี่ปุ่นต้องมาช่วงปลายๆมีนาถึงกลางๆเมษานะ ต้นเมษาจะดีที่สุด
เข้าเรื่องต่อละๆ
—————————————————————————————–
วิชาต่อมาก็คือเลข…
เคยรู้มั้ยว่าประเทศไทยเป็นหนึ่งในประเทศที่เรียนเลขโหดที่สุดแล้ว!!! แบบว่าเรียนเยอะ เรียนยาก(ถ้าเทียบกับประเทศอื่น)
ปัญหาคือญี่ปุ่นมันโหดกว่าไทยอีก = =”
ของเราก็ไม่ค่อยมีปัญหาเพราะว่าเราเรียนสายศิลป์ มันเรียนพอๆกับม.ปลายไทย แต่สายวิทย์นี่โคตรน่าสงสารอ่ะ.. ทั้งเลข ทั้งฟิสิกส์ แบบว่ามีแคลแบบ integrate bypart อะไรพวกนี้ แบบที่มันต้องเรียนในปี 1 อ่ะ ฟิสิกส์ก็แบบเข้าค่ายสอวน…
ดีแล้วที่เราไม่ได้เรียนสายวิทย์ 55+
เลขนี่ก็ต้องสอบ Placement Test เช่นกัน….. (ตอนนี้ยังไม่รู้ผล)
ต้องทำข้อสอบสองฉบับ…. จะบอกว่าก่อนสอบนี่กลัวมากก คือธรรมดาก่อนสอบเลขเราจะไม่ค่อยกลัวนะ แต่ว่า.. ตั้งแต่สอบทุนญี่ปุ่นเสร็จ (เมื่อเดือนกรกฎา) เราก็ไม่ได้ทวนเลขหรือทำแบบุฝึกหัดอีกเลย 55+ มีคืนก่อนสอบเนี่ย มานั่งอ่านสมุดที่ตัวเองเคยจดไว้…. เราค้นพบว่า เรา(หัว)โล่งขึ้นไปเยอะมากจนน่าตกใจ
นั่นแหละ.. ตอนได้ข้อสอบชุดแรกมาทำ.. รู้สึกตื่นเต้นมาก 55+ ไม่ได้รู้สึกประหม่าอย่างงี้มานานละ (ลองถามเพื่อนเราตอนม.6ดิ ว่าตอนสอบเราชิวขนาดไหน) คือจะบอกว่าทำได้.. แต่ทำช้ามาก ใช้เวลาจนครบเลย คือเราเป็นคนเกือบสุดท้ายที่ออกจากห้องสอบ
ตอนออกมาก็คุยกับเพื่อนคนไทยว่ามันง่ายมากกก อย่างงี้มันจะแบ่งห้องยังไงฟระ
แล้วชุดที่สองก็มา… เจอชุดนี้กรี๊ด!!! เพราะมันออก vector ค่อนข้างเยอะ… แล้วเราก็ลืมมันไปหมดแว้ววว
ผลจะเป็นอย่างไรต้องมาดูกัน 55+
ต่อมาก็วิชา Japanese Studies….
จากชื่อวิชามันคงเป็นอะไรที่เกี่ยวกับญี่ปุ่น (คนอ่าน : ช่วยกุได้มากเลย) ได้หนังสือเรียนมาแล้วแหละ…. ปัญหาคือมันเป็นภาษาญี่ปุ่น ตอนนี้ยังอ่านไม่รู้เรื่อง อ่านรู้เรื่องแค่นิดดดดดดดดดดเดียว จะบอกว่ามีบทนึงเรียนเกี่ยวกับความแตกต่างระหว่างอุลตร้าแมนและคาร์เมน ไรด์เดอร์
ใช่แล้ว!! Ultra man กับ Carmen Rider
เริ่มรู้สึกอยากเรียนขึ้นมานิสนึง 55+
ส่วนเศรษฐศาสตร์กับการเมืองก็คือ… เศรษฐศาสตร์กับการเมือง = =”
แต่เราจะเรียนระบบของญี่ปุ่นเค้า เราก็อยากรู้เหมือนกันว่ามันแตกต่างกับไทยยังไงบ้าง (แอบเปิดหนังสือดูู มันยกข้อกฎหมายมาให้เรียนด้วย อ้ากก)
ประวัติศาสตร์ก็…. ได้เรียนวันศูกร์ แถมตอนบ่ายอีกต่างหาก (ตอนนี้ไม่ค่อยชินเท่าไหร่ที่ศุกร์บ่ายมีเรียน)
จะบอกว่าหนังสือเรียนน่าเรียนมากกก เป็นสีสันสวยงาม กระดาษมันๆ (แอบอ่านออกว่ามันคือหนังสือเรียนสำหรับเด็กม.ต้นของญี่ปุ่น) แบบว่าจัดสรรดูน่าอ่านมาก (เดี๋ยวจะถ่ายรูปมาให้ดู แล้วลองเปรียบเทียบความน่าอ่านกับหนังสือประวัติศาสตร์ของเตรียม = =”)
ที่เราอยากเรียนในวิชานี้คือเรื่องสงครามโลกครั้งที่สองนี่แหละ (แค่เรื่องเดียว) อยากรู้ว่าจากมุมมองของญี่ปุ่นนี่เค้าจะมองยังไง ทำไมถึงไปถล่ม Pearl Harbour?
พูดถึงสงครามโลกนะ ที่นี่มีหนังสือเกี่ยวกับ Hiroshima และ Nagasaki เยอะมากก แบบแค่อ่าน blurb (ไอ้สรุปย่อๆข้างหลังหนังสืออ่ะ) ก็เศร้าแล้ว ไว้ถ้ามีเวลาว่างเมื่อไหร่กะจะไปเมืองซักเมืองในสองเมืองนั้นแล้วไปดู ground zero คือแบบในหนังสือดูแล้วมันเศร้ามากอ่ะ คือเป็นรูปแว่นร้าวๆอยู่ แล้วก็เขียนว่านี่เป็นแว่นของเด็กชาย…………. ขณะที่ระเบิดปรมาณูหล่นนั้นเขากำลังเดินไปโรงเรียนกับแม่…
อ่านแล้วน่าสลดใจ
นั่นแหละ วิชาทั้งหมด
เอนทรี่นี้หนักไปทางตัวหนังสืออย่างรุนแรง ธรรมดาจะเน้นภาพ ก็หวังว่าคนอ่านคงไม่เบื่อ = =” คือเราก็เปิดเรียนแล้วอ่ะนะ คงไม่มีเรื่องอะไรน่าสนใจมากมาเล่า แต่ว่าเดี๋ยวพอหมดเดือนนี้ปุ๊ปก็จะเป็น Golden Week ของญี่ปุ่น
คือเป็นวันหยุดยาว 5 วัน ช่วงนั้นเราก็จะไปเที่ยว!!! วู้วววววว
เสร็จแล้วก็มาเรียนต่อ = =”
เราต้องสอบ 4 ครั้ง คือเดือนมิถุนา กันยา ธันวา และมีนา แต่ครั้งที่เค้าเอามาคิดคะแนนเลือกเข้ามหาลัยคือ มิถุนา กันยา ธันวา เท่านั้น.. ก็เลยกะว่าธันวานี้สอบเสร็จเมื่อไหร่ก็จะกลับไทยเมื่อนั้นนนนน
คิดถึงเพื่อนๆ(อยากเล่นเกมกับเพื่อน)ว่ะ 55+
อยู่นี่มีคนติดต่อมาเยอะกว่าที่คิด แต่บางคนที่คิดว่าน่าจะติดต่อมาก็ดันไม่ติดต่อมาซะงั้น = =” จะบอกว่ามีคนส่ง msg มาเข้ามือถือเราหลายคนเลยอ่ะๆๆ แบบว่าตอนได้รับนี่รู้สึกตื่นเต้นดี 55+
(ขอ recycle รูป)
สำหรับเรา… ตอนนี้ไอ้รูปข้างบนนี่คือเครื่องติดต่อกับโลกภายนอก
คือพูดได้ว่าเราเช็คเมล์ เช็คเฟสบุ๊ค ตลอดเวลาที่เราไม่ได้เรียนหรือนอน คือเดินๆไปกินข้าวก็หยิบมือถือขึ้นมาดูว่า มีใครเมล์มา หรือส่ง msg มาในเฟสบุ๊ครึเปล่า
จะบอกว่า msg ใน facebook เป็นวิธีติดต่อที่ง่ายแล้วก็เวิร์คมากๆนะ คือถ้าส่งเป็นเมล์เราอาจจะรู้สึกว่ามันเป็นทางการเกินไป ไรงี้ ตอนนี้เราก็คุยกับหลายคนทางนี้อยู่แหละ แต่อาจจะตอบยาวๆช้าเพราะว่าถ้าตอบยาวๆเราจะใช้คอมพิม
แล้วทำไมเราไม่ใช้คอมบ่อย?
ถ้าเราขี้เกียจเดิน เราก็จะลงมาที่ชั้นล่างของหอ แล้วออกไปนั่งเล่น WiFi ข้างนอกหอ….. แต่คือมันหนาวว (อย่างวันนี้ 7 องศา) เราก็เลยอยู่ได้ไม่ค่อยนาน แบบว่าเล่นเนตจนปวดมืออ่ะ มันเย็นเกิน -*-
ถ้าไม่ขี้เกียจเราก็ต้องถือคอมฝ่าความหนาวไปประมาณ 400 เมตรเพื่อไปใช้เนตในห้องนักเรียนต่างชาติ… ซึ่งเราก็ขี้เกียจ 55+
เราก็เลยจะเขียนบล็อก+e-mail+msg ในห้อง (อ่านจากเนตในมือถือ) แล้วก็ลงไปอัพบล็อก ส่งเมล์ ส่งmsg ข้างล่าง เสร็จแล้วก็ปิดคอมทันที
แต่เนื่องจากวันจันทร์บ่ายไม่มีคาบเรียน… เราก็คงแบกโน้ตบุ๊คไปเล่นที่ห้องสมุดแหละๆ (มานี่โน้ตบุ๊คมีหน้าที่อีกอย่างคือไว้ดูหนัง 55)
ช่วงนี้ฝนตกบ่อย จะบอกว่ามาอยู่นี่ iPhone คือทุกอย่าง = =”
schedule เราก็ใส่ไปในนั้น แล้วก็ไว้ดูพยากรณ์อากาศตลอดว่าวันไหนหนาว วันไหนฝนตกจะได้ถือร่มออกไป (คือพยากรณ์อากาศที่นี่มันเชื่อถือได้)
ดูรูปข้างบนนะ… เห็นตึกขาวๆทางซ้ายมะ นั่นคือหอเรา แล้วไอ้กำแพงข้างขวานั่นอ่ะคือตึกเรียน พูดได้ว่าจากห้องเราไปถึงห้องเรียนเดินไป 5 นาทีก็ถึง ทำให้ไม่มีข้ออ้างถ้ามาสาย 55+
รูปสองอันล่างนี้คือบรรยากาศ Campus มหาลัยตอนหกโมงกว่าๆ (ตอนเย็นนะ!! เราคงไม่บ้าตื่นมาถ่ายตอนเช้า)
จะบอกว่าตอนแรกเอนทรี่นี้ไม่มีรูปของกินเพิ่มแหละ… เพราะเราไม่ได้ออกไปกินอะไรพิเศษ ตอนเช้าเรานึกได้ ก็เลยหยิบมือถือมาถ่ายข้าวเช้าเราให้ดู 55+
ถ้าสังเกตดีๆ… จะพบว่ากระดาษรองเป็นกระดาษทดเลขของเรา
แล้วก็รูป close-up ดอกซากุระตามคำขอของเข้
เออใช่ เกือบลืมเล่า เราได้ติวเตอร์ส่วนตัวคนนึง (ทุกคนจะได้นักเรียนญี่ปุ่นมาเป็นติวเตอร์ 1 คน เพื่อสอนภาษาญี่ปุ่น) เค้าชื่อ Yamagishi Yuki)
(คนอ่าน : จะพิมชื่อญี่ปุ่นมาแล้วจะอ่านออกม๊ายยย)
แล้วก็เค้าเป็นผู้หญิง (รู้ว่าไม่ช้าก็เร็วเดี๋ยวต้องมีคนถาม) คือมหาลัยที่เรามาอยู่เนี่ย เป็นผู้หญิง 87% เพราะฉะนั้นโอกาสที่จะได้ผู้หญิงเป็นติวเตอร์ก็เยอะอยู่
ได้เจอตัวจริงไปแล้วด้วย… รู้มั้ยว่าเกิดอะไรขึ้น???
คุยกันไม่รู้เรื่องไง๊!! 5555+ แบบ เราก็แนะนำตัวได้ แค่บอกชื่อ บอกว่าเราชอบดูหนัง พูดอะไรเบซิกนิดหน่อย แต่มันจะมีแบบ… เรารู้ว่าเราอยากพูดอะไร แต่ไม่รู้จะพูดออกไปยังไง!!! มันน่าอารมณ์เสียมากอ่ะ ตอนนี้เลยพอเข้าใจฟีลตอนบางคนพูดอังกฤษละ = =” คือคนญี่ปุ่นพูดภาษาอังกฤษน้่อยมากกก เหมือนมันเป็นปมด้วยของเค้า ติวเตอร์เราก็เช่นกัน -*-
จะบอกว่ามาที่นี่ เราถูกแนะนำว่าอย่าพูดภาษาอังกฤษกับคนญี่ปุ่น เพราะเค้าจะกลัว แบบอย่างที่บอกว่าเหมือนมันเป็นปมด้วยของเค้า แล้วถ้ายิ่งพูดอังกฤษคล่องๆ ชัดๆเนี่ย เค้าจะยิ่งไม่อยากคุยด้วย… ตอนคุยกับติวเตอร์เราเลยพยายามพูดอังกฤษสำเนียงญี่ปุ่นมากๆเลยเว่ย แบบว่า very thick accent แถมบอกเค้าด้วยว่าเราก็ไม่เก่งอังกฤษเหมือนกัน 555+ คือตอนเราพูดอังกฤษไปประโยคแรกนี่หน้าเค้าเหวอมากอ่ะ แล้วก็บอกเเราป็นภาษาญี่ปุ่นว่า เค้าไม่เข้าใจภาษาอังกฤษ
เราถูกบังคับให้ต้องเรียนกับติวเตอร์อย่างน้อย 2 ชั่วโมงต่ออาทิตย์ เป็นเวลา 4 เดือนเลยทีเดียว… เราก็บอกเค้าไปว่าเราอยากเรียนสนทนาอย่างเดียว (กำลังคิดอยู่ว่าจะคุยรู้เรื่องมั้ย) ไว้ยังไงจะมาเล่าให้ฟังอีกที
ก่อนไปแถมรูปที่เราถ่ายกับซากุระอีกรูปนึง ก็ประมาณว่าคล้ายๆกับรูปที่เคยเอามาลง (เพราะถ่ายพร้อมกัน)
ก็หน้าหออีกเช่นเคย
เอ้ออ จะบอกว่า เพื่อนๆที่อ่านบล็อกเราอยู่อ่ะ แต่ว่าไม่ได้เม้นตอบ หรือติดต่อเรามานี่.. ติดต่อมาหน่อยเถ๊อะะะ คือมึงรู้ว่ากุทำอะไรอยู่ แต่กุไม่รู้ว่ามึงทำอะไรอยู่สาดดด (ประโยคตะกี้ ถ้าเราพูดกับใครแบบนั้นอยู่แล้ว ก็แสดงว่าหมายถึงคนนั้นแหละ เอออ มึงด้วยแหละะ)
คือ wordpress ทำบล็อกให้แบบ สำหรับไว้ทำธุรกิจได้
เราจะรู้ว่าแต่ละวันมีคนกี่คนเข้าบล็อกเรา (นับจาก ip ที่ต่างกัน) แล้วก็มีการกลับไปอ่านเอนทรี่เก่าอันไหนมั่ง (แต่ไม่รู้ว่าใคร มันบอกแค่จำนวนคน) แล้วก็บอกว่ามีคน search โดยใช้ keyword อะไรมั่ง
คือว่า เอนทรี่นึงเนี่ย จะมีคนอ่านประมาณ 90 คน (หรือไม่ก็หลงเข้ามา = =”) ไม่รู้ว่าใครแอบอ่านอยู่มั่ง แต่ก็ติดต่อมาหน่อยนะคับเพ่!!!
(เลิกเขียน 16 เมษายน 18.21)
(ต่อจากนี้เขียนเมื่อวันที่ 19 เมษายน เวลา 13.41)
เอิ่ม….
มีเรื่องเล่ามาเพิ่มนิสนึง…
วันเสาร์ที่ผ่านมาเราไปช๊อปปิ้งเองเป็นครั้งแรก!! (รู้สึกตัวเองเป็นแม่บ้านมาก 55+)
จะบอกว่าทางเดินจากมหาลัยไปซุปเปอร์นี่ดูบ้านนอกมากกอ่ะ นี่คือวิวข้างๆทางนะ
แต่อากาศเย็นน สบายดี (ได้ข่าวว่าเมืองไทยร้อน? <— พูดให้เค้าหมั่นไส้)
ก่อนจะเข้าซุปเปอร์ก่อน… ไปกินก่อน แน่นอนว่าต้องมีรูปของกิน 55+
เป็นมือกินข้างนอกมื้อแรกที่จ่ายตังเอง (เพราะรุ่นพี่ไม่ได้ไปด้วย)
แล้วก็… เมื่อเช้าว่างจัด เลยถ่ายรูปอาหารเช้าเรามา (เพื่ออะไร?)
ความจริงมีไส้กรอกด้วย แต่ถ่ายไม่ติดมา อาหารนี่อารมณ์ฝรั่งมากเลยว่ามะ 55
เมื่อวานไปศูนย์การค้าที่นึง… ซึ่งเราจำชื่อไม่ได้ 55+ คือผ่านโรงหนัง…….. เลยได้แวะเข้าไปดูหน่อยว่ามีเรื่องอะไรมั่ง จะบอกว่า Alice In Wonderland พึ่งเข้าญี่ปุ่น = =” (เข้า 17 เมษา)
แบบว่าอยู่ที่นี่หนังเข้าดีเลเป็นส่วนใหญ่ เพราะเค้าใช้เวลาทำซับนาน ซึ่งความจริงเราก็คงไม่ได้ดูอยู่ดี (ไม่ได้จะสื่อว่าไม่มีซับกุก็ดูรู้เรื่อง แต่จะสื่อว่าถึงมีซับก็อ่านไม่ออกอยู่ดี 55)
IMAX ที่นี่คิดเป็นเงินไทยก็ประมาณ 800 บาทเลยทีเดียว
ตอนเย็นเมื่อวานก็ไปกินไอนี่ที่บ้านรุ่นพี่ (คือมันคล้ายๆสุกี้ แต่จำชื่อภาษาญี่ปุ่นไม่ได้ = =”)
บอกได้คำเดียวว่าอร่อยสาดดด
ไว้ใครมาญี่ปุ่นแล้วทำกินกันๆๆ ตอนนี้วางแผนว่าขึ้นปีหนึ่งปุ๊ปจะเช่าไม่ก็ซื้อหอหรือคอนโดที่มันใหญ่ๆนิสนึง แล้วแบบอย่างตกแต่งอย่างรุนแรง อยากได้ TV ใหญ่ๆๆๆๆ 55+ คือ TV ที่นี่มันมีแต่ HDTV ขายเว่ย คือแบบ ชัดดดดดสาดดดด สัญญาณ TV เค้าก็เป็น digital ด้วยไง
นั่งเขียนมามันส์มาก…. (รวมหมดนั่งพิมประมาณ 2 ชม. กะให้เวลาอ่านทั้งอาทิตย์เลย 55)
ไว้มีอะไรจะมาเล่าอีกเรื่อยๆนะๆๆๆ คือบล็อกนี่ก็เหมือนเป็นจดหมายที่เราส่งให้เพื่อนๆทุกคนแหละ
ใครทำอะไรอยู่ก็บอกกันมั่ง!! ไม่ก็เขียนบล็อกกันเลยเว้ยย เขียนกันเยอะๆ ไม่ต้องกลัวว่าจะไม่มีคนอ่าน เพราะอย่างน้อยก็มีเราคนนึงละ
ไว้คุยกันอีกทุกคนๆๆ คาดว่าเวลาอัพบล็อกน่าจะเป็นทุกวันจันทร์แหละ (ยังกะวางแผงหนังสือ 55+)
โชคดี!
ที่จิง ตอนนี้เราต้องรีบเตรียมตัวไปกรุงเทพแล้ววล่ะ แต่พอเมลมันเด้งขึ้นมาว่าเบนอัพบลอก ก้เรยอดไม่ได้ ต้องเข้ามาอ่านก่อนน 555
คือ อยากถามว่า เบนจะตอบเม้นทุกเอนทรี่เรยป่ะเนี่ยย??? ฮ่าๆๆ แต่ละเอนทรี่ ก้มีเม้นเยอะซะด้วยยสิ
อ่านแล้วรุสึกเหมือนอยุที่นั่นด้วยเรยอ่ะ พออยากจารุอะไร เบนก้บอกมาให้แล้วเหมือนรุว่าเราจะถามไรเรยย
จากที่ดูตารางเรียน วันพฤหัส..น่ากลัวจังง – -”
เหนบอกว่าเพิ่งจ่ายเองเปนมื้อแรก เราเดาว่าคงกินน้อยกว่าเวลาที่รุ่นพี่เลี้ยงง 5555555
ชักอยากจาเหนซะละ ว่าตอนอยุปี 1 เบนจะซื้อห้องสวยๆ หรูๆขนาดไหนน ^^
อ้ออ แอบเหนเบนเขียนผิดอยุคำนึง ที่จิงต้องเปน “คั่น”รายการ น้า
เทคแคร์จ้า มิสๆ :)
Nu-Lek - April 19, 2010 at 13:30 |
อุ๊ยย เม้นแรกก ด้วยอ่ะ ><
Nu-Lek - April 19, 2010 at 13:31 |
ระวังโดนจรเข้งับหัว.. 55+
sraben - April 19, 2010 at 14:55 |
สุขสันวันสงกรานในห้องสมุดน่ะ 555+
ไม่ชวนเพื่อนที่ยี่ปุ่นสาดน้ำกันท่ามกลางอุณหภูมิ7องศาล่ะ เป็นการเผนแพร่วัฒนธรรม 555+
เราอ่านบล็อคเบ้นเหมือนจะสนใจแต่ของกินอ่ะ ก้มันน่ากินมากๆอ่ะ
ปล.ข้าวกล่องสถานีรถไฟ ก็ข้าวกล่องแหละ เคยดุในรายการทีวี แล้วมันน่ากินอ่ะ เเล้วก็หลากหลาย เลยอยากเห็น
Army - April 19, 2010 at 14:14 |
โหเบน เห็นตารางเรียนตอนแรกอ่านแค่วันจันทร์กำลังนึกใจว่า อิจฉามากมาย แต่พออ่านไปเรื่อยๆ รู้สึกดี555(เยาะเย้ยๆ) วันพฤหัสจะโหดไปไหนอะเลิก5.50 ไม่ไหวนะคะ ถ้าเป็นที่เตรียมคงโดดกลับบ้านไปแล้ว555 แต่ที่นู่นคงไม่ได้สินะมีอาจารย์คอยจดบันทึกทุกวินาทีกันเลยทีเดียว
อยากเห็นหนังสือ Japanese Studies จังอะ มีการอธิบายความแตกต่างของอุลตร้าแมน กับ คาเมน ไรด์เดอร์ สร้างสรรค์ดี ชอบๆๆๆ
ทำไมประเทศไทยไม่มีอย่างงี้มั่ง 555
ดูท่าแล้วเบนจะเรียนหนักน่าดูอยู่ที่นู่น(หลังจากสบายมานาน เอิ๊กส์ๆ)
ยังไงก็ตั้งใจเรียนนะ โชคดีๆ :”D
ปล.เรา น้องขวัญ เทพ และอลัน กำลังวางแผนไปญี่ปุ่นแหละ
กำลังจาจองไปวันที่ 20-24may ไม่รู้ว่าอากาศจะเวิร์คมั้ย กลัวฝนตก
nutjee - April 19, 2010 at 15:34 |
ยาวจิง บอกในเฟสบุคก็ดีนะ เราไม่ได้อ่านอันก่อนๆเลยยย เปิดไปอยากอ่านมากแต่ท้อเพราะความยาวของมัน – - ละเอียยยดดด ไปไหน
้จะย้อนกลับไปอ่าน :)
อยากไปบ้างไรบ้างงงง
k - April 19, 2010 at 19:41 |
โทดที หมายถึงบอกในเฟสบุคดีแล้ว 55
k - April 19, 2010 at 19:56 |
ยาวจริงด้วย 55
เอ้อ แปดคนนี่มีใครบ้างล่ะเนี่ย
มีเรา..รึป่าว เหมือนคุ้นๆว่าขอที่อยู่ 55 (แสดงว่าเราจะได้ซากุระแห้งน่ะสิ!! ><
แต่ก้นะ ร้อนโคดดดดดดดด!!
เดินรอบโรงเรียนรอบนึง…เหงื่อท่วมตัว T T
โลกไม่ยุติธรรม น่าจะเฉลี่ยอุณหภูมิให้มันพอๆกันทั้งโลกสิ!!
ปอลอ. เม้นยาวมากกกก 55
พล๊อยพลอย - April 19, 2010 at 20:45 |
เอ่อ…ทำไมพิมไปตั้งเยอะ แม่งขาดกลางล่า!!! ลบอันเก่าไม่ได้อีกตะหากนะ = =
ขี้เกียจพิมใหม่ T T
เอาใหม่ๆ (จะขาดอีกมั้ยว้าาาา)
ยาวจริงด้วย 55
เอ้อ แปดคนนี่มีใครบ้างล่ะเนี่ย
มีเรา..รึป่าว เหมือนคุ้นๆว่าขอที่อยู่ 55 (แสดงว่าเราจะได้ซากุระแห้งน่ะสิ!! ><
แต่ว่าเดินรอบรร.รอบนึงก้..นะ เหงื่อท่วมมมม
ร้อนโคดดดดดดดด!!
โลกไม่ยุติธรรม น่าจะเฉลี่ยอุณหภูมิให้มันพอๆกันทั้งโลกสิ!!
พล๊อยพลอย - April 19, 2010 at 21:02 |
แหะๆเราก็แอบอ่านอะ ไม่ได้เม้นบ้าง(ที่จริงเคยเม้นแค่ครั้งเดียว)
แอบรู้สึกผิด ขอโทษทีเน้
ต่อไปจะตามอ่าน และคุยกะเบนบ้างนะ ฮ่ะๆๆ
Ngaesai - April 19, 2010 at 23:21 |
เราเลิกอ่านการ์ตูนไปแล้วเฟ้ยย อันนี้จริงจัง ถ้าไม่เบื่อจริงๆจะไม่ไปเปิดอ่านในเนตเลยย เลิกซื้อแล้วว เก็บเงินขึ้นเครื่องไปหาเมิงไง 55
อัพยาวมาก อ่านจนจบ แต่ไม่รู้จะเม้นยังไงว่ะ 55
ก็ตั้งใจเรียนไปล่ะกันเว่ยแสดด แล้วมันเลื่อนห้องได้แมะแบบ จาก UE5 ไป UE6 หรือสูงกว่านั้นอ่ะ ในกรณีที่แกเก่งขึ้น?? เค้าจะสอบใหม่ชิมิ??
ไอ้ข้าวหมูหรืออะไรสักอย่างทอดนั่นทำให้เรานึกถึงข้าวหน้าหมูทอดร้านหมูเกาหลี ณ อุ๊แลนด์ T^T 555 :P
เราพอกับรูปอาหารกับรูปเมิงอ้าปากแล้ว 55 ลองไปถ่ายรูปคนที่นู่นมาให้หน่อยสิ แบบว่าเค้าทำอะไรกัน(?) อยากเหนสภาพสังคมที่นั่นน่ะ : ))
ปล.เราไม่มี AV เว้ยย รอเปนของฝากเนี่ย ขออึ๋มๆน่ะ 55 (เสื่อมม)
tc*
ปล2. ข้าวเช้าเมิงคล้ายๆที่กุกินเลย 55
GUPp* - April 21, 2010 at 21:41 |
ขอโทษที่มาเม้นช้า โดนแย่งเม้นแรก….. แค้นเฟ้ย!!!!! 555
ซากุระจะหมดแล้ว TT รักซากุระที่สุดเลย ฮือๆ เอาเถอะใบเขียวๆมันก็สวยดีเหมือนกัน ดูจากรูปถ่าย แล้วที่สำคัญดูเหมือนจะเริ่มช่วงเวลานรกของเบน…. “เปิดเทอม!!!” (หรือแค่ตอนยังไม่เปิดก็นรกแล้ว?)
ตึกเรียนหรูมากๆ แต่ไม่น่ามีที่ไหนสวยเท่าเตรียมอุดมป่ะ (ยังกับสาธารณะกลางเมืองหลวง 55) แต่คาบเรียนดูเต็มอิ่มดี เราชอบ ฮ่าๆ แต่ซะใจมากอ่ะ ที่มีประวัติศาสตร์ญี่ปุ่น ถือซะว่า ชดใช้กรรมละกันนะ
ครูเขาดูโหดมาก!!! มีการจดพฤติกรรมเด็กอ่ะ ถ้ามาทำในเมืองไทยนะ…. ตาย!!!! ไม่อยากนึกสภาพ แต่มิน่าละ การศึกษาเขาถึงมีคุณภาพ
เม้นไม่ออก วิชาการมากเกิน TT ขอข้ามไปละกันนะ 555
Golden Week ว้าววววว เขาหยุดเนื่องในโอกาสอะไรอ่ะ หรืออยากหยุดขึ้นมา ก็หยุดซะงั้น – -
เห้ยแล้วทำไม สอบเข้าเร็วขนาดเนี่ย บ้าไปแล้วอ่ะ ที่ไทยพึ่งเรียนเสร็จ สอบเสร็จ นี่อะไรน่ะ!!! มิถุนาก็สอบแล้ว ไม่พอ ต้องสอบ 3 รอบอีก ทรมานมากกกกก คุ้มหรอเนี่ยที่ได้ทุนไป ฮ่าๆ
ไม่ค่อยอยากเชื่อว่ามีคนส่ง msg ผ่านโทสับไป หรือบ้านเราจนอยู่คนเดียววะ 555 ขอ msg fb ก็พอแล้ว TT
การอัพบล็อคเป็นไรที่ทรมานมาก เหมือนต้องทรหดข้ามทะเลทรายไปเขียนบล็อคส่งกลับมาที่ไทย (เว่อร์ – -) ที่เราช็อคกว่าคืออากาศ…. 7 องศา = = มันหนาวขนาดไหนวะ ลองบรรยายหน่อยดิ๊ (คือเห็นในพวกเกาหลีอุณหภูมิแบบ ติดลบ 7-8 องศา มันจะยิ่งขนาดไหนวะ)
ไออาหารเช้านี่แบบ โฮลี่!!! กุอยากแดกมาก!! แต่แบบทำไรไม่ได้ว่ะ ช่วงนี้ลดความอ้วนสุดชีวิต เพื่อความหล่อในมหาลัย (จะมีวันหล่อไหมเนี่ยกุ TT )
********** ขอบคุณสำหรับรูป สวยจริงๆ ฮ่าๆ ไปเล่นกล้องมั้งก็ได้นะ มีแววๆ
มหาลัยผู้หญิงเยอะมากอ่ะ เราคิดว่าเตรียมเยอะแล้วนะ นั่นผู้หญิงฉลาดกว่าผู้ชายหรือไงวะ ฮ่าๆ แล้วพี่ติวเตอร์เบนเขาทำไรอ่ะ เป็นนักศึกษาเหมือนกันป่ะ แล้วอยู่ปีไหน
ซะใจมาก ในที่สุดก็เข้าใจซักทีว่า เวลากุอยากพูดไรเป็นภาษาอื่น แล้วพูดไม่ออกเป็นไง เจอแบบนี้ซะมั้ง ซะใจ ก้ากๆๆ (แต่เราโง่ดักดานอ่ะเบน ทำไงก็ฟังไม่รู้เรื่องขึ้นหรอก TT)
ไออาหารตอนไปกินก่อนเข้าซุปเปอร์นี่ราคาประมาณกี่บาทวะเบน เราอยากกินแบบนั้นทุกมื้อเลย
ปล. อย่าคิดมากเน้อ กุไม่ได้คิดไร ^^
DenizeN Crocky - April 22, 2010 at 20:19 |
เอิ่มม
เต็มอิ่มด้วยวิชาการเลยทีเดียว แต่มันก็โอเคนะเราว่า เรียนช่วงบ่ายยันดึก จะได้นอนตื่นสายได้ไง เรื่องเรียนก็สู้ๆนะ ช่วงนี้อาจรู้สึกเปลี่ยวใจบ้าง= = แต่มันก็แค่ปีเดียวเองเว้ยย เข้ามหาลัยก็จ๊ะเอ๋ โอ้ลั่ลล้าาแล้วเว้ยยยย
ไว้จะพยายามไปญี่ปุ่นให้ได้ละกันนะ คือยังกลัวๆการนั่งเครื่องบินอยุเลยเนี่ยยย>_<''
WizarD - April 23, 2010 at 03:21 |
เป็นหนึ่งในเอนทรี่ที่ยาวที่สุดที่กรูได้เคยอ่านมา
ขอโทดที่หายไป 2-3 เอนทรี่ เผอิญไปเที่ยว เลยไม่ได้วกกลับมาติดตามเลย ขออภัยมา ณ ที่นี้
ยิ่งดูรูปอาหาร ยิ่งอยากกิน เมิงรู้ใช่มั้ยว่ากูชอบอาหารญี่ปุ่น หื๊มมม
คราวหน้าฝากบรรยายสรรพคุณอาหารทีนะว่า มันคือไร เนื้อ หมู ไก่ ปลา ฯลฯ คืออยากเปรียบเทียบกะอาหารญี่ปุ่นในไทยอ่ะ (แม้มันจะทำให้กรูอิจฉาเมิงมากขึ้นก็เถอะ)
ทำไมตารางเรียนแต่ละวิชามันยาวนานจัง วิชาหลักๆอย่างต่ำก็ 2 ชม. ไม่เหนื่อยบ้างออวะ?
แล้วนอกจากนั้นไม่มีเวลาทำกิจกรรมอื่นออ? เช่นพวกเล่นกีฬา รึกิจกรรมชมรม ไรงี้ มีปะวะ?
ถามพอและ รอติดตามเอนทรี่ต่อไป 55+
ปล.(1) เมืองไทยร้อนชิบหาย
ปล.(2) รักษาสุขภาพด้วยละเมิง
ปล.(3) ธ.ค. อย่าลืมของฝากกกกก ^ ^
ปล.(4) หวัดดีปีใหม่ไทยย้อนหลัง
MiGoYaN - April 24, 2010 at 15:30 |
โอ้ยาวจริง
วันจันทร์ว่าง ดีจัง (แต่วันอื่น- -)
Ultra man กับ Carmen Rider อะไรเนี่ยมีเรียนอย่างงี้ด้วย-*-
ประวััติศาสตร์ก็ต้องเรียนของญี่ปุ่นใช่ไหม(ของไทยก็แย่แล้ว- -)
อยากรู้เรื่องสงครามโลกครั้งที่สองเหมือนกัน เรียนแล้วมาเล่าด้วย55+
IMAX แพงจริง!!
ปล. คอมเราพิมพ์ญี่ปุ่นได้ด้วย!! 55+(คือพิมพ์เป็นengไปมันก็ขึ้นมาเป็นjap- -)
ไปปรับอะไรนิดหน่อยตอนเล่นเกมแล้วมันก็ขึ้นมา เลยพิมพ์ได้ 3 ภาษาเลย
อืม แล้วเบนพิมพ์ญี่ปุ่นได้ปะ ยังไงอะอยากรู้
ไปละโชคดี さよなら!!
arc - April 24, 2010 at 21:34 |
[...] http://thewhysoseriousblog.wordpress.com/2010/04/19/settling-in/ [...]
A gazillion-word pre-Golden Week Story « WHY SO SERIOUS - May 9, 2011 at 19:45 |