I’m still here!! Pt.2
เอนทรี่นี้ยาวมาก (เราใช้เวลาเขียนประมาณสี่ชั่วโมงนิดๆ)
นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เราพิมอย่างนี้ แต่นึกซะว่าเอนทรี่นี้เป็นการเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นประมาณ 2 เดือนกว่ามารวมอยู่ในเอนทรี่เดียว….
เพราะฉะนั้นไม่ต้องอ่านทีเดียวจบก็ได้นะครับ (recommened)
ต่อเลยนะครับ….
เย็นวันนั้น (วันที่ไปทำพิธีชา+อิเคบานะ[=แต่งดอกไม้]) โฮสก็ให้ลองทำทาโกยากินกินดูที่บ้าน
ก็กลิ้งๆไปมาอ่ะนะ…. (พูดง่ายดี)
ตอนนี้เริ่มรู้สึก “เลิกเห่อ” อาหารญี่ปุ่นแล้วอ่ะ แต่ยังมีข้อยกเว้นอยู่อย่างเดียวคือปลาดิบ 55
วันต่อมา…… กิจกรรมตอนช่วงเช้าก็คือ
เรียนทำอาหาร!!
พวกเรา(นักเรียนต่างชาติ)ก็จะถูกแบ่งเป็นกลุ่มๆ กลุ่มละ 2 คน แต่ละกลุ่มก็จะมีครูอยู่ 1 คน และเจ้าหน้าที่(staff)อีกหนึ่งคน
เป้าหมายคือการทำมิคิซูชิ (มันก็คือซูชิอย่างนึงเดี๋ยวเห็นรุปแล้วคงจะเข้าใจเอง) แล้วก็มีผัดมะเขืออะไรซักอย่างที่เราไม่รู้ชื่อ (เอาจริงๆชื่อผักไม่ว่าจะภาษาไหนเราก็ไม่ค่อยรู้ 55) แล้วก็มีบะหมี่อีกอย่างนึง เอ้อ มีขนมอะไรซักอย่างด้วย.. คือจำชื่อไม่ได้ 55
นั่นก็คือกลุ่มของเรานั่นเอง รูปข้างบนเป็นนักเรียนที่มาจากสิงคโปร์ ส่วนรูปล่างก็เป็นครูสอนทำอาหาร
จำได้ว่า (เนื่องจากมันเกือบ 3 เดือนมาแล้ว) ตอนแรกก็ทำขนมหวานก่อน ก็ผสมผงๆอะไรซักอย่างกับน้ำแล้วก็คนๆไปจนมันหนืดมากๆ
ดูจากรูปก็น่าจะพอดูออกว่าใช้แรงเยอะพอควร 55
ต่อจากนั้นก็ทำซูชิ (แบบที่เป็นม้วนๆอ่ะ… เดี๋ยวดูรูปก็รู้เอง)
![]()
เราก็ทำไข่ หั่นผัก เตรียมของที่จะใส่เป็นใส้ของซูชิอ่ะ
เสร็จแล้วก็กางสาหร่าย แล้วก็เอาข้าวมาโปะ แล้วก็เอาของวางๆ แล้วก็ม้วน
ฟังดูง่ายเนอะ 55+
พอออกมาแล้วก็เป็นหน้าตาอย่างนี้..
ไอ้ที่เหมือนเต้าหู้ข้างหน้านี่คือเป็นข้าวผักหวานๆอ่ะ อร่อยดีๆ
เห็นแล้วก็น้ำลายไหล 55
แถมรูปอีกซักนิด
นับเป็นกิจกรรมที่สนุกมากๆ
บ่ายวันนั้นก็ไม่มีกิจกรรมอะไร… จนกระทั่งตอนเย็นมีกิจกรรมรวม คือนักเรียนและโฮสทุกคนก็จะมารวมกัน
นักเรียนต่างชาติก็จะถูกแยกให้นั่งโต๊ะละคน (จะมีธงชาติตัวเองวางอยู่) เป็นโต๊ะละทีม แล้วก็มาเล่นเกมกัน
เกมก็คือ นักเรียนแต่ละชาติก็จะมาถามคำถามเกี่ยวกับประเทศตัวเอง โดยมี 3 choice พอถามแล้วแต่ละโต๊ะก็จะช่วยกันคิดแล้วก็ตอบพร้อมๆกัน (ยกป้าย) โต๊ะไหนตอบได้เยอะที่สุดก็จะชนะไป
สรุปคือเราได้ออกไปถามคำถามนึงนั่นเอง เชื่อมั้ยว่าคำถามของเราไม่มีใครตอบถูกเลย!! (นอกจากทีมเรา เพราะเราบอกคำตอบเค้าไปก่อน 555)
คำถามของเราคือ… ข้อใดต่อไปนี้ผิด (ฟังดูเหมือนข้อสอบสังคมม.6)
1) ที่ประเทศไทย เนื่องจากไม่ค่อยมีโอกาสที่จะได้ฟังเพลงชาติ คนที่ไม่รู้เนื้อเพลงจึงมีอยู่เยอะมาก
2) เวลาจบจากมหาลัย คนไทยจะได้รับปริญญาจากคนในราชวงศ์
3) ปีใหม่ไทย คนไทยจะออกไปเล่นน้ำกัน
คือเรากะว่าถามอย่างนี้ทุกคนคงต้องตอบข้อ 2 แน่นอน (ซึ่งก็เป็นอย่างงั้นจริงๆ 55) คือบางคนอาจจะไม่รู้แต่ว่าประเทศอื่นนี่ไม่มีแบบเพลงชาติเล่นออกทีวีวันละสองรอบ หรือว่าต้องร้องเพลงชาติก่อนเข้าเรียนนะ
(เหมือนจะ Thailand Only .. ดูคนไทยจะชาตินิยมดีมาก)
แถมรูปขนมปังในงานด้วย เห็นมันน่ารักดี
แล้วก็มีรูปที่ถ่ายกับนักเรียนต่างชาติที่ไปทุกคน
ทุกคนก็ถือธงชาติของตัวเองอยู่… แล้วอยู่ดีๆก็มีคนมีไอเดียให้สลับธงชาติกันมั่วๆ (เพื่ออะไร?)
เห็นหน้าเรามั้ย
คนที่เป็นเจ้าของธง (ที่มาจากประเทศนั้น) บอกว่าหน้าเรากวน… ดีมาก 55
เอ้อ ถ้าใครรู้ว่าเราถือธงชาติอะไรอยู่ พิมมาในคอมเมนท์เลย ใครตอบถูกเดี๋ยวส่งโปสการ์ดให้ๆ ไม่จำกัดจำนวนคน (เริ่มรู้สึกไม่มีอะไรทำ 55)
แล้วก็มีรูปถ่ายกับโฮสที่มางาน
ทำให้เราดูตัวใหญ่มาก = =”
วันต่อมา…..
เราก็ไปปราสาท Himeiji ซึ่ง(ไกด์บอกว่า)เป็นประสาทที่ดังที่สุดในญี่ปุ่น คือประสาทในญี่ปุ่นเนี่ย จะถูกทำลายไปซะเยอะมากในสมัยก่อนด้วยเหตุผลตั้งแต่ป้องกันพวกกบฎไปใช้เป็นฐานทัพ จนกระทั่งโดนระเบิดตอนช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง ปราสาทที่ยังเหลืออยู่ส่วนใหญ่ก็จะถูกซ่อมแซมไม่ก็สร้างใหม่ (แบบปราสาทโอซากา มีลิฟท์ด้วย -*-)
จากรูปจะเห็นว่ามันมีซ่อมอยู่ (เสร็จปี 2014 แน่ะ)
จะบอกว่าตอนนั้นอากาศร้อนนนมาก แบบว่าร้อนกว่าไทยอีก!! หน้าร้อนญี่ปุ่นนี่มันแบบร้อนอับชื้นอ่ะ ช่วงปิดเทอม(สิงหา)นี่ร้อนสุดๆๆ แดดเผามาก
กลับเข้าเรื่องต่อ
คือปราสาทนี้ถูกสร้างขึ้นเพื่อให้ลูกน้องของโชกุนมาเฝ้าดูพวกกบฎที่อาศัยอยู่โอซาก้าก็เลยต้องสร้างให้คนภายนอกบุกรุกเข้ามายากๆ ทางก็เลยจะเป็นทางที่เดินลพบากหน่อย แล้วก็อารมณ์แบบเขาวงกต คือเราจะเห็นตัวอาคารหลักอยู่ใกล้ๆ แต่ความจริงแล้วทางยังมีอีกไหล
ระหว่างทางเดินก็จะเห็นช่องที่ทหารจะใช้โยนหินหรือเทน้ำร้อนมาใส่ผู้บุกรุกอยู่มากมาย (คือไกด์ชี้ให้ดูอ่ะนะถึงจะเห็น)
นี่ก็แผนที่ของปราสาท
แถมรูปแถวๆนั้นอีกซักนิด
แล้วก็ ตรงนี้เป็นที่ๆถ่ายหนังเรื่อง Seven Samurai (classic มาก คือเรารู้จักแต่ชื่อ ไม่เคยดู 55)
แล้วก็มีรูปถ่ายกับคนอื่นๆ
(กำลังสงสัยว่าตอนนั้นเรามองนิ้วตัวเองทำไม)
มีอีกรูป ลงด้วยละกัน
แล้วก็มีอีกวันนึง (จำไม่ได้ว่าวันไหน) ไปเที่ยวกับโฮส ก็มีไปพิพิธภัณฑ์ซักอย่างนี่แหละ ก็เลยได้แต่งชุดแบบนี้ (แต่ถ่ายด้วยไอโฟน ไม่มีแฟลช ดำเรย)
พูดถึงเรื่อง iPhone นะ ขอบ่นหน่อยๆๆ 55+
คือตอนเรามานี่มันเมษาใช่มะ แล้วคือเราก็รู้ว่าไอโฟนมันออกตอนมิถุนา แล้วคือมันจำเป็นต้องซื้อมือถืออ้ะะะ เจ็บใจมาก เพราะว่า iPhone 4 นี่มันก็เสียรายเดือนเท่ากับที่เราเสียอยู่ตอนนี้เป๊ะๆเลย
(คือที่นี่มันไม่ใช่ซื้อเครื่องใส่ซิมนะ ญี่ปุ่นเป็นแบบอเมริกาอ่ะ คือมือถือจะขึ้นอยู่กับเครื่องข่าย) ยกตัวอย่างง่ายๆว่าแบบ คนที่จะใช้ไอโฟนได้ต้องใช้ของ AIS เท่านั้น (สมมติ)
เข้าเรื่องต่อๆ
คืนก่อนกลับเราไปดูหนังเรื่อง Sorcerer’s Apprentice กับลุกชายโฮสมาแหละ คือเค้าทำงานเสริมอยู่ที่โรงหนังก็เลยได้ดูฟรี!! (ปีหน้าจะหามั่งๆ 55+) คือเด็กมหาลัยญี่ปุ่นนี่ทำงานเสริมกันเยอะมากอ่ะๆ
และแล้วก็มาถึงวันสุดท้าย…..
พวกเราก็ไปนั่งกันข้างหน้า ประจำที่ตามธงชาติตัวเอง (ยังกะจะแฉลงข่าวอย่างไงอย่างงั้น)
เค้าก็ให้ทุกคนพูดอะไรสั้นๆ แบบว่าความประทำใจ พูดขอบคุณประมาณนั้นอ่ะ ประเด็นคือพึ่งมาบอกก่อนพูด 5 นาที = =” ก็ซุยๆไปตามประสา 55
แล้วก็มีการร้องเพลงร่วมกันเพลงนึง
เสร็จแล้วเค้าก็ให้แต่ละคนขึ้นไปถ่ายรูปกับโฮสบนเวที
แล้วก็ถ่ายอีกรอบตอนจะขึ้นรถกลับ
(ผมมองอะไรอยู่ครับบบ!!!)
แล้วก็…….
จบแล้ว
แปดวัน เร็วมากๆ
ทุกคนใจดีมากๆๆ รู้สึกประทำใจ
เป็นช่วงเวลาที่เราไม่ต้องหาซื้อของกินเอง ไม่ต้องล้างจาน ซักผ้า (ดีใจมาก 55)
แล้วก็เป็นแปดวันที่ไม่ได้พูดภาษาไทยออกมาซักคำ
ตอนเดินออกจากสถานีรถไฟมาเห็นหอนี่แบบ….
รู้สึกเซ็งแบบแปลกๆ อยู่ดีๆก็รู้สึกขึ้นมา = =” ก็คงเป็นเพราะอีกสองอาทิตย์จะเปิดเทอม เราต้องอ่านหนังสือแล้ววววววว! ! ! ! ! !
—————————————————————————————–
สัปดาห์ที่ 3
ชีวิตเรากลับเข้าสู่โหมดน่าเบื่ออีกครั้งหนึ่ง…
ก่อนอื่น ไม่แน่ใจว่าเคยอธิบายรึยัง คือว่าเรามีสอบสองครั้งตอนเดือนกันยากับปลายๆพฤศจิกา แล้วก็จะใช้คะแนนจากการสอบสองครั้งนี้เลือกมหาลัย
ตอนนั้นชีวิตก็เป็น loop ดีมาก
ตื่น
กินข้าวเช้า+เที่ยง (เป็นมื้อเดียว)
ออกจากห้องไปอ่านหนังสือประมาณเที่ยง
กลับหอหกโมง
ออกไปวิ่ง
ไปซุปเปอร์
กลับหอ
อ่านหนังสือต่อ
นอน
ชีวิตมีอยู่แค่นี้จริงๆ = =”
แต่ว่า มีอยู่วันนึงพิเศษหน่อย
คือมีรุ่นพี่คนนึงที่เค้าคอยช่วยดูแลพวกเรามาตั้งแต่เมษา คือพี่เค้าเรียนจบแล้วก็จะกลับไทย ก็เลยต้องไปช่วยย้ายของออกจากบ้านพี่เค้า ก็เลยได้ขับรถขนของไปๆมาๆ
ก็นั่นแหละ ของเยอะมากๆ
(เป็นอย่างที่สอง ต่อจากสระว่ายน้ำ)
มีใครเข้าใจมะ?
ต่อๆ
ขอไม่พิมอาทิตย์ที่สี่ เพราะว่ามันเหมือนกับอาทิตย์ที่สามเลย = =”
คือพูดจริงๆนะ เกิดมาไม่เคยตั้งใจอ่านหนังสือขนาดนี้ คือธรรมดาจะต้องแบบเปิดคอมตลอดทุกวัน แต่นี่แบบไม่ได้แตะเลย (ดูซิว่าหายจากบล็อกไปนานแค่ไหน 55)
หวังว่าปีหน้าคงจะได้สบายกว่านี้ (หวังว่า)
และแล้วก็เข้าสู่
กันยายน
เปิดเทอมวันที่ 1 พอดี
บอกตรงๆว่ารู้สึกดีใจที่เปิด เบื่อมากครับ ปิดเทอม = =”
เปิดมาก็มีเรียนก่อนอาทิตย์นึง แล้วก็สอบเป็นเวลาสองอาทิตย์ อาทิตย์แรกที่เรียนนี่อาจารย์ก็ทวนๆๆ บางวิชาก็สอนต่อ (อย่างเลข) แล้วของที่สอนวันนั้นก็ออกข้อสอบด้วย -*-
เวลาสอบก็จะสอบในคาบเรียนนั้น อย่างแบบเลขเราเรียนวันพฤหัสก็จะสอบในคาบเลขในวันพฤหัสต่อไป
หมายความว่าระหว่างสอบก็มีเรียน!! อย่างเช่นตอนเช้าเรามีเรียนญี่ปุ่น แล้วตอนบ่ายสอบเลข = =” แล้วมันก็จะมีปรากฎการณ์รู้คะแนนสอบก่อนสอบเสร็จหมด อย่างเช่นเราสอบเลขพฤหัสนี้ แล้วสอบอีกวิชาวันศูกร์หน้า พอถึงวันพฤหัสหน้าเราก็จะรู้ผลสอบเลขแล้ว ทั้งๆที่ยังไม่ได้สอบอีกวิชา
สรุปคือคะแนนก็ค่อนข้างโอเคอ่ะนะ
สอบเสร็จแล้วก็…. ไม่มีปิดเทอม!!!! ยาวไปถึงธันวาโน่นเลย
พวกเราก็วางแผนไปเที่ยวกันสองวัน (เสาร์อาทิตย์) กับรุ่นพี่
วันแรกไปสวนสนุก อีกวันไปสวนน้ำ (คือวันเป็นที่เดียวกันน่ะ) คือไปข้างคืนนึงนั่นเอง
25 กันยายน
(กระโดดมาเร็วมาก คือกันยาอาทิตย์แรกเรียน สองอาทิตย์ต่อมาก็สอบ)
ไปสวนสนุกก่อนครับ!!
คือ hilight ที่ดังของที่นี่คือ rollercoaster ที่สูงถึง 97 เมตร!!!
มันคือไอ้รางสูงๆข้างหลังนั่นแหละ
สูงมากๆๆๆ แบบว่า 97 เมตร
แต่ก็ขึ้นไป 4 รอบ 5555+
ครั้งแรกที่ขึ้นนี่นั่งหน้าสุดด้วย มันส์มากๆๆ แบบว่าตอนหนังต้องยกมือขึ้นฟ้าเลยถึงจะไม่เสียว แล้วก็จะรู้สึกว่าตัวเองลอยขึ้นมานิดนึงเวลาตก (ศรัทธาในเครื่องเล่นมากว่ามันปลอดภัย)
อันนี้ก็เป็นเครื่องเล่นอีกอัน คือเราก็จะถูกดีดขึ้นๆลงๆอ่ะนะ
แล้วก็มี roller coaster อีกอัน ทำจากไม้หมดเลย ตอนนั่งนี่สั่นมากๆๆๆๆๆ
แล้วก็มีอันนี้ เสียวของจริง แต่เสียวสั้นมากๆ
ก็เห็นๆอยู่ว่ามันเขียนว่า free fall กล่าวคือเราถูกดึงลงด้วยแรง mg นั่นเอง เสียวที่สุดก็ตอนที่ขึ้นไปตั้งเฉยๆอยู่ข้างบนเนี่ย แบบตอนก่อนที่จะปล่อยให้ร่วงลงมาพอดี จะบอกว่ามันร่วงลงเร็วมากจนยังไม่ทันจะส่งเสียงร้องก็ลงมาถึงข้างล่างแล้ว 555+
แถมรูปๆๆ
แล้วก็มีรูปตอนพระอาทิตย์จะตกอีกนิดหน่อย
แล้วก็มีรูปตอนกลางคืน (คืออยู่จนมันปิดอ่ะ 55)
เป็นอันจบวัน
(ดูรูปเหนื่อยเลยล่ะสิ)
26 กันยายน
ไปสวนน้ำ…. ไม่มีรูปง่ะ
แป่ว (คือไปสวนน้ำจะเอากล้องไปเล่นน้ำด้วยก็ยังไงอยู่อ่ะนะ)
ก็มีเครื่องเล่นน้ำเยอะมากๆอ่ะ บางอย่างไม่เคยเห็นมาก่อนเลย
อัพมาถึงตอนนี้ก็สองชมกว่าแล้ว… เหนื่อยว่ะ = =”
ต่อๆ
แล้วพอเข้าเดือนตุลาเราก็ออกไปกินข้าวกับโฮสเราครั้งนึง
คือวันนั้นเป็นวันเกิดของผู้หญิงสิงคโปร์(ที่เห็นในรูป)อ่ะ แล้วโฮสเรารู้จักเค้าก็เลยพาไปร้านอาหารสิงคโปร์
พึ่งรู้ว่าสิงคโปร์มีอาหารประจำชาติด้วย = =” คือเราว่ามันลอกอาหารจีนมาเลยอ่ะนะ
เสร็จแล้ว…. อาทิตย์ต่อมาก็มีเพื่อนเราคนนึงมาญี่ปุ่น!!
คิดว่าหลายคนคงรู้จักขวัญ (อยู่วิทย์ประยุกต์) เคยอยู่ห้องเดียกับเราตอนม.5 ก็ได้ไปเที่ยวด้วยกันสองวันคือวันอาทิตย์ แล้วก็วันจันทร์ แต่วันจันทร์ไปได้ครึ่งวันเพราะเรามีเรียนตอนเช้า
เริ่มเลยดีกว่า
วันอาทิตย์… วางแผนว่าจะไปเที่ยวเกียวโต ก็มีเพื่อนอีกคนที่รู้จักกับขวัญตอนม.ต้นแล้วก็เรียนภาษาอยู่ที่นี่พอดีไปด้วย พร้อมกับคุณแม่ของขวัญและลูกพี่ลูกน้องที่ทำงานอยู่ที่ญี่ปุ่น
เราก็นัดกับขวัญไว้ว่าเจอกันกลางเมืองโอซากาตอน 8.50 คืนก่อนหน้านั้นก็โทรคอนเฟิร์มกันเรียนร้อยแล้ว
เราก็ตื่นตั้งแต่ 6 โมงครึ่ง ออกจากหอ ไปถึงที่นัดตอน 8 โมงครึ่ง เราก็ยืนรออยู่จนถึงเวลา 8 โมง 50 นาที มือถือเราก็ดังขึ้น
“ศราาาา เค้ายังไม่ได้ออกจากบ้านเลยอ่าา”
ทำเราอึ้งไป 2.37 วินาที
คือเราวางแผนไว้ไงว่าแบบเจอกัน 8.50 นั่งรถไฟเที่ยว 9.00 ถึงโน่นก่อนสิบโมง เที่ยวตรงนั้นสองชั่วโมงแล้วก็กินข้าวเสร็จแล้วตอนบ่ายก็ไปอีกที่นึง
ไม่เป็นไร ถือว่าเป็นเพื่อนคนแรกที่ได้เจอ 55+
ขวัญก็มาถึงประมาณ 10 โมง แล้วพวกเราก็ออกเดินทาง
นี่ก็คือกลางเมืองเกียวโต ก็เดินๆดูวิวแวบนึง แล้วก็นั่งรถไฟต่อ
มาเป็นที่นี่แทน (ดูชนบทขึ้น)
แถมรูปที่ 1
เราก็ไปศาลเจ้ากันก่อน
บางคนอาจจะงงๆที่เราเคยบ่นว่าเราไม่ได้ชอบวัดมากมาย แต่ทำไมเราถึงพาขวัญไป เหตุผลมีอยู่สองข้อ
1) มันเป็นมรดกโลก
2) ไปเที่ยวเกียวโตวันนี้เราไม่ได้เป็นคนวางแผน (ฮา)
คือคนวางแผนเป็นคนขวาสุดในรูปที่ถ่ายบนสะพานอ่ะ คือเราเป็นคนวางแผนสำหรับเที่ยววันจันทร์
ข้างในนั้นก็เป็นแบบนี้
วันที่เราไปนี่ก็เป็นวันที่มีงานแต่งงานของคนญี่ปุ่นเค้าพอดีเลย คือคนที่มาจัดงานแต่งงานที่ศาลเจ้านี่ก็มีอยู่เยอะเหมือนกัน (ฟังจากอาจารย์สอนประวัติศาสตร์มา)
ข้างบนก็เจ้าบ่าวเจ้าสาว(และเพื่อน)
เหมือนเค้าจะเป็นคนดัง คือคนที่เข้ามาเที่ยวก็ถ่ายเค้ากันหมด เหมือนเป็น attraction อย่างนึง 55+
นี่ก็คือรูปของบริเวณนั้น (ขออนุญาตยิงรูป)
เริ่มเบื่อรูปแนวๆนี้บ้างมั้ย? 55+
มรดกโลกเชียวนะนั่น คงต้องเป็นคนที่ชอบสถาปัตยกรรมถึงจะสนใจแหละมั้ง คือหลังคามันมีอะไรซักอย่างพิเศษเนี่ยแหละ (มันมีป้ายเขียนตรงทางเข้า)
แล้วเราก็ไปกินข้าวเที่ยงกัน…
มันคือหมี่ชาเขียว!!
ความจริงรสชาเขียวมันก็ไม่ได้เข้มมากหรอกนะ แต่ว่าพอรู้สึกได้
คือแถวๆที่เราไปตรงนั้นเนี่ย มันดังเรื่องชาเขียวมาก มีร้านชาเขียวมากมายก่ายกอง
กินข้าวเสร็จแล้วก็ซื้อขนมมากินเล่นๆ อร่อยดี
ถ่ายย้อนแสง… หน้าดำเลย
ต่อจากนั้นเราก็ไปที่วัด Byodoin วัดนี้เป็นวัดที่มีรูปอยู่หลังเหรียญ 10 เยนในญี่ปุ่นน่ะ (จำได้เพราะว่าอ่านสอบประวัติศาสตร์ 55)
เชื่อมั้ยว่าสร้างมาเกือบ 1 พันปีแล้ว ! !
![]()
แล้วก็ถ่ายรูปรวม
ก่อนกลับก็ไปแวะร้านชาเขียวร้านนี้…
เจ้าของร้านสุดยอดมาก 555+
แบบว่าเข้าไปถึงก็ไปชิมๆของ แล้วก็คุยกับเค้า เค้าก็ถามว่ามาจากที่ไหนเราก็บอกว่าไทย เค้าก็บอกเลยว่าคนไทยคนแรกที่เคยกินชาเขียวญีปุ่นนี่เป็นชาของร้านเค้า!!!
แล้วเค้าก็พาขึ้นไปชั้นสองของร้าน
ตอนนั้นมีงานอะไรซักอย่างที่อเมริกาแล้วถวดเค้าก็เอาชาเขียวของญี่ปุ่นไปที่นั่น แล้วก็มีคนไทยไปเข้าร่วมด้วย
แล้วเค้าก็เพ้อต่อไปอีกว่า เค้าเป็นรุ่นที่ 16 ที่สืบทอดร้านชานี้มา แล้วก็ร้านเค้าอยู่มาตลอด 500 ปี
แล้วเค้าก็หยิบหนังสือพิมพ์และนิตยสารออกมามากมาย ในนั้นก็เป็นการตีพิมพ์เกี่ยวกับร้านเค้า แล้วก็มีรูปเค้าด้วย เขียนว่าเป็น Champion การทำชา แล้วก็มีรูปเค้าสอน superstar ของญี่ปุ่นทำชาด้วย
โปรโมทแบบ active มาก
คือเค้าก็พูดเป็นภาษาญี่ปุ่นกะอังกฤษใช่มะ (เพราะว่ามีคนฟังไม่ออก) คือขวัญก็พูดกับเราว่าเห็นแต่เค้าพูดว่า
“My Shop, number one!” ไม่ก็เอานิ้วชี้ไปที่ตัวเองแล้วพูดว่า
“Me, Champion, 16 generation!”
คือตัวจริงฮาดีมาก 55+
ก็ได้ของติดไม้ติดมือมาจากร้านกันทุกคน
พอจะออกจากร้านก็มืดซะแล้ว…
ก่อนกลับหน้าสถานีรถไฟมีตู้ไปรษณีย์แบบนี้อยู่ด้วย
คือทำให้เหมือนไหไว้ใส่ชา (เขตนี้มันดัง)….. คิดว่าเราจำถูกนะ
เหนื่อยกันรึยังครับผู้อ่าน….
คือผมเหนื่อยมากและครับ 55
เอาวะ ต่อๆ
วันจันทร์เลิกเรียนปุ๊ปเราก็ออกไปหาขวัญเลย…
คือวันนั้นมีแค่เรากับขวัญไปแค่สองคนและ
วันนี้ก็เที่ยวอยู่ในโอซากา
เป้าหมายแรกคือไปกินซุชิ 55 (ตอนนั้นเกือบๆบ่ายสองแล้ว ยังไม่ได้กินข้าวเที่ยงเล้ยย)
นี่คือร้านของมัน
ถ้าใครยังจำได้ เราเคยไปกินร้านนี้แล้วครั้งนึงตอนเมษา ที่จานมาซ้อนกันเยอะๆๆๆๆๆอ่ะ จำได้มะ
คราวที่แล้วจำได้ว่ากินไป 36 จาน คราวนี้ 22 ก็ไม่ไหวแล้วว
อิ่มมากครับ
ต่อจากนี้ขออนุญาตยิงรูป
ข้างบนก็เป็นวิวแถวนั้นที่เราไปเดินอ่ะนะ มีของฝากขายมากมาย
หลังจากนั้นก็มีไปร้านการ์ตูน แล้วก็ร้านเกม 55+ แล้วก็ไปซื้อปากกาที่ MUJI ด้วย (คือ MUJI ที่นี่ขายเยอะมากตั้งแต่ปากกา ไปถึงจักรยานยันกระทะ)
ยิงรูปอีกรอบ
เสร็จแล้วก็ไปกินไอติม
ได้ข่าวว่ามีที่ CTW แล้ว
เอ้อ จะบอกว่ามีร้าน Krispy Kreme ด้วยแหละ แต่ว่าไม่ได้กินอ่ะ เดี๋ยวไว้คราวหน้าไปจะลอง เห็นที่ไทยบ้ากันมาก 55
แล้วเราก็ไปซื้อหูฟังแปปนึง…
แล้วก็เล่นเกมใน iPad 555+
แถมรูปยามค่ำคืน
เป็นอันจบวัน
ก็แยกกับขวัญประมาณสองทุ่มกว่าๆ คือเดินอยู่แถวนั้นหกชั่วโมงกว่าๆเลยทีเดียว
เหนื่อยรึยังครับ?
คือมันยังไม่จบเลย = =”
วันเสาร์ที่ผ่านมาเราไปโกเบกับเพื่อนห้องญี่ปุ่นและครํมา
ตอนเช้าก็ไปดูมหาลัยโกเบ
คือมหาลัยอยู่บนเขาเลยเว้ย วิวสวยดีๆ
แล้วก็มีอาจารย์ของคณะเศรษฐศาสตร์มาช่วยพาดูมหาลัย (คือครูที่สอนญี่ปุ่นเราเค้าเคยทำงานอยู่ที่นั่น)
ได้ไปดูห้อง lecture ด้วยๆ จะบอกว่าตึกสวยอ่ะๆ คือทำเป็นแบบตะวันตกคล้ายๆอังกฤษแต่ไม่ได้ถ่ายรูปมาง่ะ T^T (พึ่งเห็นว่าไม่ได้ถ่ายมา)
เอารูปในห้อง lecture ไปแทนละกันๆ
ต่อจากนั้นตอนเที่ยงเราก็ไป Chinatown แล้วก็กินข้าวที่นั่นเลย
ขอยิงรูปอีกรอบ
แล้วเราก็ไปขึ้น Kobe Tower กัน
นี่ก็คือวิวจากข้างบนนะ
แล้วก็มีถ่ายรูปข้างบนนิดนึง
จะบอกว่าครูผู้ชายไม่ใช่ตุ๊ดนะเว้ย 55+ คือเค้าทำท่าล้อเลียนคนๆนึงเฉยๆ (คงไม่ต้องบอกมั้งว่าใคร)
เสร็จแล้วก็ลงมาถ่ายรูปข้างล่าง
แถมรูป Kobe Tower
เสร็จแล้วเราก็ไปกินเค้กกัน
เค้กอร่อยมาก ครูเลี้ยงด้วยแหละๆๆ
แล้วก็กลับ
เหนื่อยมาก (ทั้งตอนนั้น และ ตอนนี้)
ขอจบไว้แค่นี้ก่อนนะครับ
และขออนุญาตงดตอบเม้น 1 ที (ถ้าเป็นไปได้จะไปตอบอันหน้า คือว่าเราหิวข้าวมาแล้ว เขียนมานานมากกกก (ตั้งแต่ข้าวเที่ยงยันข้าวเย็น = =”)
อีกเดือนนึงเราก็สอบอีกละ
บล็อกก็จะไม่อัพอีกเลยจนวันที่ 15 พฤศจิกายน ถ้าวันนั้นเราไม่อัพก็หมายความว่าเจอกันอีกทีกลางๆธันวาเลยนะครับ
เนื่องจากเขียนทีมันเสียเวลามากแล้วเราก็ยุ่งมากๆด้วย อย่างตอนนี้…. T^T
ใกล้ๆจะเปิดเทอมกันละ เที่ยวให้สนุกๆเน้อ
เจอกันไม่เดือนหน้าก็ธันวาเลยนะคร้าบ!
Take care!
เบน! คิดถึงจริงๆ ยิ่งอ่านเอนทรี่นี้แล้วยิ่งคิดถึง : )
มีหลายอย่างที่เราชอบมากๆ
อย่างแรก รูปที่เบนกำลังกวนขนมเหนียวหนืดอยู่ ดูจากหน้าและกล้ามแขนที่ปูดเป็นลูกเบ้อเริ่มแล้ว เชื่อเลยว่ามันหนืดจริงๆ O_o
อย่างที่สอง คำถามที่เบนเอาออกไปถาม คิดตัวเลือกได้ดี!
อย่างที่สาม รูปในสวนสนุก ว้าวมาก โดยเฉพาะยามค่ำคืน สวยยย > <
อย่างที่สี่ รูปที่มันมีหมี่ชาเขียวอยู่อะ ชอบแบบไร้เหตุผล 5555 (เพราะมันเป็นของกินรึป่าว??)
เราปิดเทอมตั้งแต่ 31 กันยา จะเปิด 27 ตุลา
เหมือนจะได้หยุดเดือนนึงใช่ปะ แต่ความจริงไม่ใช่เลย = =*
ต้องทำ Portfolio เสร็จแล้วก็ต่อด้วย 'ค่ายอยากเป็นหมอ'
ติดต่อโรงพิมพ์ทำสูจิบัตร (ไม่ใช่ 'สูติบัตร' นะ) ทำป้ายชื่อ เตรียมค่าย ฯลฯ
งานเยอะ จนเราผอมเลย (เชื่อปะ! 555)
จบค่ายเราก็ต้องมาจัดของจัดบ้าน
แล้ว 23 ตุลาฯ ก็ต้องไปถวายบังคมอนุสาวรีย์ ร.5 (งานวันปิยมหาราช)อีก
สรุป ได้หยุดจริงๆ ก็ 24 ตุลา – 27 ตุลา เฮ้อ
เกรดเทอม1 เราออกแล้วแหละ! ไม่แย่อย่างที่คิด 55
แล้วเบนล่ะ ไม่อัพเรื่องเรียนบ้างหรอ แบบถ่ายรูปหนังสือมาให้ดู อะไรอย่างงี้!
(หรืออัพแล้ว แต่เราไม่ได้อ่าน -3- รู้สึกหายไปนาน)
ป.ล. แอบกิ๊กกะสาวสิงคโปร์ปะเนี่ย
ทำอาหารก็คู่กัน ธงชาติก็ไปถือของสิงคโปร์อีก
ป.ล.2 บางประโยคเราอ่านแล้วงงๆ เราเบลอเอง หรือเบนเริ่มลืมภาษาไทยแล้วเนี่ย 55
ป.ล.3 เรื่องถ่ายรูปหนังสือมาให้ดู ล้อเล่นนะ!
Goooooood luck na ja : )
Kook-Kai - October 25, 2010 at 20:04 |
สวัสดีเพื่อน
guess who. - October 25, 2010 at 20:15 |
ยาววววววววได้อีกอ่ะ
แต่เราก็นั่นอ่านรวดเดียวจบ (ขณะกำลัง lecture อยู่ 555)
อยากไปเที่ยวญี่ปุ่น(อีกรอบ… เป็นรอบที่สี่ ไปบ่อยกว่าเชียงใหม่อีกกุ 555) หลายรูปเหมือนที่เราเคยถ่ายไว้เลย(ของเมืองโอซาก้า)
ถ้าเป็นไปได้ summer หน้าจะไปเที่ยว! (ถ้าเกรดดีพอ..) ที่นี่มันสอบแบบเก็บคะแนนเดือนละครั้ง แล้วแต่ละวิชาสอบไม่พร้อมกัน ก็เลยคล้ายๆกะแกอ่ะ เป็นว่าสอบไปเรื่อยๆ = =”
ก้ว่าไปนั่น… Take care ละกัน แล้วไว้เจอกันปีใหม่
ปล อยากกินปูว้อยย
Serif.X - October 25, 2010 at 23:36 |
น้องเบนดูท่าทางสบายดีมีความสุข 55
พี่สอบเสร็จแล้ว(เย่ๆๆ วู้ฮู้ๆๆๆ)
ยกเว้นการสอบตอนมีนาไปนะ 55
พี่รู้สึกว่าคนไทยชาตินิยมจริงนะ(เอ๊ะ หรือว่าแค่พี่?)
ตอนUA1พี่ทำแบบสอบถามอารมณ์แบบ
1.คุณรักประเทศตัวเองมั้ย-รัก
2.ถ้าเป็นไปได้คุณอยากทำอะไไรที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศคุณไหม-อยากถ้ามันไม่เหลือบ่ากว่าแรง
อะไรประมาณนี้ที่จำไม่ได้แล้ว
แต่เพื่อนห้องพี่-สิงคโปร์-เกาหลี-บราซิล-มองโกล
ตอบแบบ ไม่ เฉยๆอ้ะ แล้วไงฟร่ะ ทั้งนั้นอ้ะ เหอๆ
คิดว่าพี่ก็ไม่ได้ชาตินิยมอะไรมากมายนะ
แค่เมทองไทยก็แผ่นดินเกิดนิอะไรประมาณนี้
แต่เพื่อนพี่แบบแผ่นดินก็แผ่นดินตัวกูก็ตัวกูอ้ะ ^^;
พอพี่บอกว่าคนไทยรักในหลวงทำให้ทุกคนรู้สึกว่าชาตินิยมไปกันใหญ่555
อังอังอัง - October 29, 2010 at 15:53 |
ปล.มูจิขายบ้านด้วยนะเออ ;)สุดยอดมูจิ ฮ่าๆๆ
ปปล. แกงไทยของมูจิอร่อยมั่กๆ โลโบชิดยิ่งกว่าซ้าย ผัดไทยก็อร่อยนะ แนะนำๆ
อังอังอัง - October 29, 2010 at 15:58 |
เม้นเอนทรี่ที่แล้วว่าขอยาวๆ เลยยาวจริงแฮะ55
จะบอกว่ายังอ่านไม่หมดเลย มาเม้นก่อน
เป็นไงมั่งๆจะสอบยังว้า อ่านหนังสือเข้าๆๆ555 ชีวิตมันก็เงี้ยแหละ อดเปรี้ยวไว้กินหวาน55555555 แต่แกยังดีนะ มีที่เที่ยวเต็มไปหมดเลย ตอนนั้นเราเที่ยวอย่างดีก็MBK ส่วนอย่างแย่ก็…แถวๆสามย่าน55
ดูรูปของกินแล้วอยากกินมั่งง่ะ กลับมาแล้วมาทำทาโกยากิให้กินด้วยละกัน ขนมปังก็น่ารักเว่อเหอๆๆ
รีบๆกลับมาได้แล้ว เล่นดอทกะไอแทคทุกวันมันก็เบื่อๆละ มาเจอกันหน่อยๆๆ
โชคดีๆๆๆ
WizarD - November 19, 2010 at 22:51 |
อ่านจบละๆๆ
อิจฉาขวัญง่ะ ได้ไปเที่ยวญี่ปุ่นดั้วะ ><''
ไอเราก็อยู่บ้านนั่งเล่นเกมส์ไปวันๆๆ ไม่มีโอกาสไปขึ้นรถไฟเหาะสูง97m
หรือกินหมี่ชาเขียว หรือเดินเที่ยวโอซาก้า ได้กินซุชิหน้าต่างๆมากมาย โฮๆๆTTwTT
เ้อ้อ ธงชาติที่แกถืออะ มันเป็นของผู้หญิงสิงคโปร์ที่ทำอาหารกะแกชะมะ เพราะฉะนั้น ขอตอบว่าสิงคโปร์เป็นคำตอบสุดท้าย555
โปสการ์ดได้แล้ว แต่ช็อคชาเขียวยัง เพราะฉะนั้นกลับมาไทยก็ซื้อมาฝากด้วยน้าาา :p
โชคดีๆๆ
WizarD - November 19, 2010 at 23:31 |
ไม่มีอะไรทำเลยเเวะมาดู
จีทีโอที่นั่นออกถึงเล่ม 5 เเล้วหรอวะ – -* ไทยแม่ง
5555+
เมื่อไหร่จะกลับไทยเบนนนน
Kinz - December 7, 2010 at 16:27 |