Super Entry
สวัสดีปีใหม่ทุกคน (ช้าไปมั้ย)
นานๆๆ นานแสนนาานนาาาานแสนานมาแล้ว ตั้งแต่อัพบล็อกไปเมื่อครั้งสุดท้าย
ตอนนั้นที่อัพก็คือก่อนเราจะเริ่มอ่านหนังสือสอบ หลังจากนั้นก็สอบ พอสอบเสร็จหนึ่งอาทิตย์ก็กลับไทยเลย
สรุปคือผ่านไปสามเดือนแล้ว Oo เป็นการเว้นว่างยาวที่สุดตั้งแต่เริ่มเขียนบล็อกมา พึ่งมานึกขึ้นได้เมื่อมีหลายคนเริ่มถามว่า
“เมื่อไหร่จะอัพบล็อกวะเบนนนน”
หายไปสามเดือนแน่ะ = =”
ที่เรียกเอนทรี่นี้ว่า Super Entry ก็เพราะเราจะเล่าเรื่องทุกอย่างที่เกิดขึ้นในสามเดือนที่ผ่านมาให้มายัดกันอยู่ในเอนทรี่เดียว
(คนอ่านอ้วกชัวร์ครับ คอยดู 555)
ถ้าสังเกตจะเห็นว่าสองเอนทรี่ที่แล้วเนี่ยเป็นการอัพเพื่อ catch up เนื่องจากเราห่างหายจากแป้นคีย์บอร์ดไปเป็นเวลานาน
แต่เอนทรี่นี้้จะเปลี่ยนเป็นเล่าเรื่องแบบย้อนหลังละกันนะ (คนอ่านคงไม่งงเนอะ)
เริ่มละนะ
เสาร์อาทิตย์ที่แล้วเรามีนัดไปค้างบ้านโฮสที่เราเคยไปตอนปิดฤดูร้อน (เดือนสิงหา) … ยังจำได้มะ (ถึงจะเป็นเรื่องตั้งแต่เดือนสิงหาแต่มันอยู่เอนทรี่ที่แล้วเอง = =”)
มีรูปเผื่อคนจำไม่ได้
เราก็นัดกับโฮสไว้ตอนเย็น ก่อนหน้านั้นก็เลยไปเล่นไอซ์เสกตกับเพื่อนที่โกเบ
(คนอ่าน : โกเบมันคือที่ไหนนะ)
มันก็คือเมืองที่มีหอคอยหน้าตาอย่างเงี้ยย จำได้มะ เราไปมาตั้งหลายรอบและ
จะบอกว่านี่เป็นครั้งที่สองที่เราได้ไปเล่นไอซ์เสกต ครั้งแรกน่ะหรอ… ตั้งแต่ตอนม.2 (เมื่อชาติที่แล้วได้)
คราวนี้ได้ไปฝึกเล่นอยู่เกือบๆสามชม… เจ็บขามาก 55 แต่ก็พอเป็น(หน่อย)แล้ว
วันต่อมา.. ตอนเช้าเราก็ไปศาลเจ้า(แปลเป็นภาษาไทยน่าจะแปลว่างั้นนะ)กับโฮส
ศาลเจ้านี้ดังในเรื่องการขอพรเกี่ยวกับการศึกษา ตอนที่เราไปนี่ก็มีคนไปเยอะพอควรเลย เพราะเป็นช่วงสอบเอนท์ของเด็กญี่ปุ่นพอดี
โฮสพาเราไปถึงแล้ว เค้าก็พึ่งนึกขึ้นได้ว่า เราติดมหาลัยแล้ว 55+
แต่ไปก็ดีแหละนะ = =
พูดถึงเรื่องมหาลัยนะ ผลมหาลัยเราประกาศแล้วแหละ (ลืมสนิท เพราะมันประกาศมาเกือบเดือนแล้ว) เดี๋ยวขอเล่าเรื่องนี้ให้จบก่อนนะๆ
หลังจากนั้นเราก็ไปเสี่ยงเซียมซี ซึ่งเราได้ใบที่(โฮสเราบอกว่า)ดีที่สุดแล้ว คือมันก็บอกว่าปีนี้เราจะโชคดีมากๆ ทำอะไรก็สำเร็จ
แต่เอาจริงๆเราไม่ค่อยเชื่อเรื่องพวกนี้อยู่แล้ว = =”
พอเสี่ยงเซียมซีเสร็จแล้ว (ความจริงมันไม่ใช่เซียมซีหรอกนะแต่มันคล้ายๆกัน) ทุกคนก็เอาผลที่ได้ไปผูกติดๆกัน (แต่เราเอากลับมาแหละ 55)
นี่รูปเรากะโฮสนะ
เสร็จแล้วตอนบ่ายก็ไปงานเลี้ยงปีใหม่ ก็ไปนั่งกิน ดูการแสดง แล้วก็จับฉลากอ่ะ มันไม่ค่อยมีอะไรพิเศษมากก็เลยไม่ค่อยได้ถ่ายรูปเท่าไหร่
แถมรูปโกเบยามเย็น(แวะไปตอนขากลับ)
จบเรื่องที่ 1
ต่อจากนี้ก็เรื่องมหาลัย
ก็อยากที่บอกว่าประกาศผลแล้ว ตั้งแต่เมษานี้เราจะย้ายไปอยู่ที่โตเกียวแหละ!
มหาลัยฮิโตซึบาชิ แปลตรงๆคือ สะพานอันหนึ่ง 55 ก็เป็นมหาลัยที่มีแค่สามคณะ(ถ้าจำไม่ผิด) คือ เศรษฐศาสตร์ บริหาร แล้วก็กฎหมาย
ที่นั่นก็มีรุ่นพี่คนไทยเรียนอยู่หลายคนเหมือนกัน ตอนนี้ยังไม่ค่อยรู้อะไรเกี่ยวกับมหาลัยเท่าไหร่ คือยังไม่เคยไป (หลายคนไม่รู้ว่าโอซากามันอยู่ไกลโตเกียว) เดี๋ยวไว้ถ้าไปแล้วจะถ่ายรูปมาให้ดูๆ
พูดถึงเรื่องมหาลัยนะ กลับไปไทยเนี่ยทุกคนพูดอยู่คำเดียวว่า….
"โทได”
55+ แบบว่านะเอ่อ เราก็บอกทุกคนเลยว่าเราคิดว่ายังไงไม่มีทางได้ชัวร์
ทำไมเรามั่นใจในตัวเองขนาดนั้นล่ะ? (ฮา)
พูดตามตรงว่าคนถามเยอะมาจน “กรูขี้เกียจอธิบาย” 55 เพราะว่ามันยาวน่ะ แต่เดี๋ยวจะอธิบายแบบเต็มๆให้ฟัง ต่อจากนี้เวลามีใครมาถามจะได้บอกว่า
“ไปอ่านบล็อกกรูเถอะครับ”
555+
เอ่อ คือเรื่องมันเป็นอย่างนี้
ตอนมาญี่ปุ่นเนี่ยเด็กทุกคนก็จะสอบ placement test แล้วอย่างปีเราก็ถูกแบ่งออกเป็น 8 ห้อง ห้องเมพ 3 ห้อง ห้องธรรมดา 5 ห้อง
ห้องเมพ – คือห้องของพวกที่เป็นญี่ปุ่นแล้ว (ประมาณแบบที่เราเป็นอังกฤษ)
ส่วนห้องธรรมดาคือห้องสำหรับคนที่ยังไม่เคยเรียนมา หรือเคยเรียนมาแค่นิดเดียว
สำหรับสายศิลป์ เวลาเรียนคนที่เรียนห้องเมพกับห้องธรรมดาก็จะเรียนแยกกันหมดเลย ยกเว้นวิชาเลข
เวลาเข้ามหาลัยเนี่ย ของเราจะเป็นแบบพิเศษ คือไม่แข่งกับเด็กญี่ปุ่น แต่แข่งกับคนที่ได้ทุนด้วยกันเอง มีสอบเก็บคะแนนสองครั้งคือเดือนกันยา และปลายพฤศจิกาถึงต้นธันวา
พอสอบเสร็จสองครั้ง เราก็จะได้เลือกมหาลัย ทีนี้ แต่ละมหาลัยก็จะมีโควตาที่กำหนดมาให้ ยกตัวอย่างจริงๆเลยคือ
โทไดให้ 1 คน
ฮิโตซึบาชิให้ 2 คน
เกียวโตให้ 2 คน
คือสามอันนี้เป็นสามอันดับบนสุด (แต่อันที่ 2 กับ 3 นี่สลับกันแล้วแต่คนอ่ะ แต่เท่าที่ดูคนเขียนแบบนี้เยอะกว่า)
วิธีตัดสินคือเอาคะแนนสอบมาเทียบกัน แล้วก็ให้คนที่คะแนนเยอะสุดไปก่อน ประมาณนั้น
เอ้อ ลืมบอก ที่เราเลือกไปคือ
โทได
ฮิโตซึบาชิ
โอซากา
โกเบ
.
.
(เลือกไป 10 อันดับ.. คือความจริงมันเลือกได้ถึง 23 เลยนะ 55)
ทีนี้ ปัญหาคือ ห้องเมพกับห้องธรรมดาแหละครับ
ทุำไมน่ะหรอ?? เนื่องจากเรียนไม่เหมือนกัน สอบก็ต้องสอบไม่เหมือนกัน ถ้าคะแนนออกมาเท่ากันเนี่ยทำไงล่ะ แล้วข้อสอบห้องเมพก็ยากกว่าไม่ใช่หรอ???
นั่นคือสิ่งที่เราคิดว่าคนตัดสินคงคิด 55+
อีกปัญหาก็คือสายศิลป์เป็นห้องเมพเกือบทั้งหมดเลย (อัตราส่วนห้องธรรมดา:เมพ ประมาณ 1:3)
นั่นแหละครับ
ที่เราพูดมาทั้งหมดนี้เราพยายามจะสื่อว่า
ถ้าอยู่ห้องธรรมดา(สายศิลป์)แล้วจะได้โทได จะต้องมีเงื่อนไขคือ
1) คะแนนเมพมาก เกือบเต็มหรือเต็มหมดทุกวิชา และต้องได้เลขเยอะมากๆๆ (เพราะเลขเป็นวิชาเดียวที่สอบข้อสอบเดียวกัน)
2) พวกที่อยู่ห้องเมพต้องได้คะแนนไม่ดีมาก โดยเฉพาะเลข
เพราะถ้าคะแนนออกมาเท่ากัน หรือแม้คนห้องเมพจะคะแนนน้อยกว่าคนห้องธรรมดาหน่อย เค้าก็จะเลือกคนห้องเมพไป
แต่เอาจริงๆคือพวกอยู่ห้องเมพมันก็เก่งภาษาญี่ปุ่นกว่าห้องธรรมดาเยอะอ่ะ คือเค้าเรียนกันมาตั้งกี่ปีแล้ว = =”
หวังว่าด้วยคำอธิบายนี้ทุกคนจะเข้าใจ 55+
พวกที่น่าสงสารคือคนอยู่ห้องธรรมดาที่พลาดวิชาเลขเว้ย คือถ้าอย่างงั้นเนี่ย ที่เราพูดมาสามอันแรก (โตเกียว ฮิโต เกียวโต) นี่หมดสิทธิเลยอ่ะ คือถ้าเป็นห้องธรรมดาแล้วจะเอาได้นี่มันต้องห้ามพลาดอ่ะ
(เอาจริงๆเราว่าข้อสอบไม่ได้ยากขนาดนั้นอ่ะนะ ขอแค่มีเวลาอ่านพอ)
คือดูแต่ละปีเนี่ยการแข่งขันเริ่มโหดร้ายขึ้นเรื่อยๆ (นึกแล้วสงสารรุ่นน้องที่มาเรียนเศรษฐศาสตร์ปีหน้า) คืออย่างย้อนไปสองปีก่อนหน้านี้มีห้องเมพห้องเดียว แล้วเท่าที่ได้ยินจากอาจารย์คือสมัยก่อนๆเด็กห้องเมพจะขี้เกียจ โดดเรียน เพราะคิดว่าตัวเองเป็นห้องเมพ สุดท้ายก็จะแพ้เด็กห้องธรรมดา
แต่ทำไมปีนี้ไม่เห็นมีโดดกันซักตัวเลย = =”
นั่นแหละ เรื่องมหาลัย
อย่าเข้าใจผิดนะๆๆๆ เราดีใจมากแหละที่เราติดที่นี่ คือที่เราเลือกโทไดไปเพราะว่าเราก็อยากเข้าถึงแม้เรารู้อยู่แน่ๆว่าเราไม่น่าจะได้อ่ะ (คืออาจารย์บอกว่ามีโอกาส แต่น้อยยย = =”) แต่ถ้าเราไม่ลองเลือกไปเราก็จะเสียดายไง เข้าใจมะ?
ต่อๆ
ก่อนหน้านี้ก็คงเป็นเรื่องตอนกลับไทยสินะ.. (อัพรูปทั้งหมดไปแล้วอยู่ใน facebook)
ถ้าสรุปการกลับไทยนี้สั้นๆก็จะได้ประมาณว่า
“สบาย สบาย สนุก เหนื่อย เหนื่อย สนุก ดี”
เข้าใจป้ะ ? 55+
เริ่มก็คอเรากลับถึงไทยเช้าวันที่ 16 ธันวาคม 2553
เครื่องลงตอน 4.30 จำได้ว่ากว่าจะเอากระเป๋า ออกสนามบินจนกลับถึงบ้านก็ 7.00 แล้ว แถมตอนออกจากสนามบินทำหูฟังตก(หาย) อีกต่างหาก = =”
จำได้ว่ากลับมาถึงปั๊ปก็ไปตัดผมเลย เออ แล้ววันต่อไปนี่ทำอะไรหว่า…
แต่จำได้ว่าพอมาวันเสาร์ก็นัดเจอกับเพื่อนที่สยาม วันนั้นเป็นวันสอบ exp eng (เรียกถูกป่าวเนี่ย) ของจุฬา ที่สอบกันทั้งคณะ
วันนั้นได้เจอ(เรียงตาม order ที่เจอ) ป่านกับบอล บาส แม็กกะเซินและพรรคพวก เอ่อ แล้วก็ปรินทรภัทร มิ้ว ตุลย์ แล้วก็ไอ้กั๊ปด้วย (ลืมว่ะ.. อ้ะล้อเล่น 55)
ทุกคนบอกว่า
“ไม่เห็นเปลี่ยนเลยอ่ะเบนนน” (กรุผิดมั้ย? 55)
สรุปคือวันนั้นกินมื้อเที่ยงสองรอบ รอบนึกกะพวกแม็กซ์ อีกรอบกะบาสกะกั๊ป แล้วก็ไปกิน swensens กับบาส กั๊ป ปรินทรภัทร ตุลย์ มิ้ว
จำได้ว่าพวกอยู่ศิริราชไม่มีใครกล้าออกมาเลย ตอนแรกจะนัดไปเซนปิ่นแล้วนะเนี่ย เห็นใกล้ๆ ก็เข้าใจอ่ะนะว่าใกล้สอบ
หลังจากนั้นวันอาทิตย์ที่ 19 ทำอะไรหว่า…… อ้อ นัดรุ่นน้องที่ได้ทุนญี่ปุ่นปีหน้าไปกินข้าว
อีก 4 วันหลังจากนั้น (จ อ พ พฤ) ก็ไปตรวจร่างกาย ทำบัตรเครดิต แล้วก็เรียนขับรถ
ตรวจร่างกาย… คือเราเป็นภูมิแพ้อ่ะ เป็นไซนัส ช่วงก่อนมานี้อาการเราดีมากๆๆๆ คือไม่มีปัญหาอะไรเลย แบบไปส่องฟิล์มแล้วโพรงจมูกนี่ใสวิ้งเลยอ่ะ แต่ว่ากลับไปนี่ส่องดูแล้วแบบว่า ว้าว จากหน้ามือเป็นหลัง…
คือมันไม่มีดีนั่นเอง
จะบอกว่าร่างกายเราช่วงเดือนพฤ-ธค นี่แบบแย่มากๆอ่ะ นอนดึกหน่อยก็จะป่วย นอนในห้องหายใจก็ไม่ค่อยจะออก พอกลับไปไทยก็ค่อยดีขึ้นหน่อย (แต่พอกลับมานี่ก็เริ่มเป็นอีกละ = =”)
กลายเป็นว่าบ่นซะงั้น ยังไม่แก่เลยนะเนี่ยตรู บ่นเรื่องสุขภาพซะและ 55+
แล้วก็ เรียนขับรถ
ตอนนั้นกะเรียนวันจันทร์ อังคาร พุธ แล้วไปสอบพฤหัส (คือเราเคยขับมาก่อนแล้วน่ะ คือไปเรียนท่าสอบ) ปรากฎว่าไปเรียนก็เอ่อ ตอนแรกครูสอนก็ให้ลองขับให้ดูว่าเราพอขับได้แค่ไหน สุดท้ายก็คือเหมือนออกไปขับรถเล่นวันละสองชม 55 สนุกดี
ปัญหาคือ คืนวันพุธเนี่ยเราพึ่งมารู้ว่าเราตาบอดสี = =” รู้แต่ว่าบอด แต่ไม่รู้ว่าบอดสีอะไรบ้างอ่ะนะ ด้วยความที่กลัวเสียเวลา(คือกลัวว่าไปแล้วจะสอบตก แล้วไปเสียเวลาฟรี) เราก็เลยไปดูหนังแทนตอนวันพฤ
พึ่งมารู้ทีหลังว่าเค้าถามแค่สี แดง เหลือง เขียว (จริงป้ะ ?? คิดว่าในนี้น่าจะมีคนที่เคยไปสอบมา)
จะบอกอีกอย่างด้วยว่าครูสอบขับรถถามด้วยว่าจะซื้อใบขับขี่มั้ย -*-
ประเทศไทยจงเจริญ
ต่อจากนั้น….
มันยาวมาก ขอสรุปสั้นๆเป็นวันนะ
ศุกร์ที่ 24 – ตอนเที่ยงๆบาสกะอาร์มคนนั่งแท็กซี่มารับถึงบ้าน (55) แล้วก็ไปสยาม กิน ร้องเกะ แล้วก็ไปค้างศาลายา
คนที่เจอก็บอกอีกว่า “ไม่เห็นเปลี่ยนเลยเบนน” (ผิดมั้ย = =” 55)
ตอนอยู่ศาลายาก็ได้ไปปั่นจักรยานเล่น แล้วก็เล่นไพ่ถึงเกือบๆตีห้า (ซ่า คือตอนนั้นก็ยังไม่หายดีเลย สุดท้ายอาการก็เลยแย่ลงอีก = =”
วันนี้มีรูปแถม
เสาร์ที่ 25 – ตอนเช้าอยู่ศาลายา (นอนเกือบทั้งเช้าแหละ) ตอนบ่ายไปคลองถมกับแม่
อาทิตย์ที่ 26 - เอ่อ.. วันนี้ไปไหนฟระ (ดูรูปแปป) อ๋ออออออ ไปเกะ กินข้าว แล้วก็ว่ายน้ำที่คอนโดมิ้ว แล้วก็กินข้าวอีกที 55
จันทร์ที่ 27 – ตอนเช้าไปที่ปทุมวัน โรงเรียนเปลี่ยนไปเยอะมาก = =” เสร็จก็ไปถ่ายรูป กินข้าว เกะ แล้วก็กินข้าวเย็นกันเพื่อนปทุมวัน
อังคารที่ 28 – เอ่อ.. อ๋ออ วันนี้นัด 814 (เพื่อนม.5)ไปกินข้าว อาจารย์ก็ไปด้วยแหละ ไปกินบุฟเฟต์อาหารญี่ปุ่นซะด้วย (เรากินแต่ปลาดิบ เพราะยังไม่เบื่อ แต่ซุชิเนี่ย ไม่ไหวแล้ววว 55 (จะบอกว่าวันที่ไปว่ายน้ำคอนโดมิ้วตอนกลางวันก็ไปกินฟูจิ = =)
วันพุธที่ 29 – สั้นๆคือ “สามย่าน Day” 55+ คือนัดสมาชิกไปเล่นเกมที่สามย่านนั่นเอง เล่นกันซะ ยาววววววว เลยทีเดียว เสร็จแล้วก็ไปกินข้าว แล้วก็.. ไปไหนต่อหว่า ไม่แน่ใจว่าไปเล่นเกมตู้ก่อนกลับบ้านรึเปล่า
วันพฤที่ 30 – นัด 945 (เพื่อนม.4) ไปสวนรถไฟ เสร็จแล้วก็ไปกินข้าวเที่ยงร้านที่แม็กซ์อยากกิน 55 เป็นบุฟเฟต์ต้มๆอาหารญี่ปุ่นอ่ะ (จะบอกว่าในร้านมีแปะรูปวิวโอซากาอย่างเดียวเลย) เสร็จแล้วก็เกะ (ตามเสต็ป) แล้วเราก็ไปเล่นเกมตู้นิดๆก่อนกลับบ้าน
วันศุกร์ที่ 31 – จำได้เลยว่า “ป่วย” แบบว่าเที่ยวเหนื่อยเกิน ทั้งๆที่ยังไม่หายเลย (แต่เวลาน้อย ช่วยไม่ได้จริงๆ) แต่เราก็ยังไป countdown ที่บ้านเพื่อนปทุมวันคนนึง 55+ (คือเคเลยเที่ยงคืนปุ๊ปก็กลับบ้านไปนอนเลย)
วันจันทร์ที่ 1 – เอ่อ.. จำได้ว่าไปพุทธมณฑลกับพ่อ แค่นี้แหละมั้ง = =
วันอังคารที่ 2 – ทำอะไรหว่า… อ้อออ มีเพื่อนคนมาเลเซียมาเที่ยวที่ไทย คือเค้าเรียนที่เดียวกับเราตอนอยู่ญี่ปุ่นอ่ะ แล้วเค้าก็มาเที่ยวเมืองไทยตอนช่วงปีใหม่ วันนั้นก็พาเค้าไปเที่ยววัดพระแก้ว พระบรมหาราชวัง โลหะปราสาท แล้วก็ภูเขาทอง
วันพุธที่ 3 – นัดเพื่อนม.6 ไปกินข้าว เสร็จแล้วก็ไปถ่ายรูปกัน ต่อจากนั้นพอบ่ายสามก็ไปเจอกับเพื่อนๆม.4 (หน้าเดิืมๆ 55) ไปกิน swensens แล้วก็ไปร้องเกะ เสร็จแล้วก็กิน pizza ร้านที่เราเลี้ยงก่อนมาญี่ปุ่นเลยอ่ะ
วันพฤที่ 4 – วันสุดท้าย… ตอนเช้าก็ไปคณะแพทย์จุฬา ไปรอเพื่อนเรียนอยู่ข้างหน้าตึก ตอนเลิกเรียนได้เจอคนเยอะมากๆๆๆ มีคนตะโกนด้วยว่า
“เบนน มาทำอะไรร!!!”
(ไล่เราป่าวเนี่ย 55) เสร็จแล้วก็ไปกินข้าวที่สามย่าน แล้วก็กลับไปเตรียม ได้ไปเจออาจารย์บัวแก้ว (ไปกับแม็กซ์กับบอล) ก็คุยๆกับอาจารย์พักนึก เสร็จแล้วก็กลับบ้าน……
เสร็จแล้วก็ไปศาลายาต่อ (ฟิตจริงๆกรู)
ไปศาลายาคราวนี้ฝากบาสไปบอกคนอื่นแล้วนะว่าเราจะไป (ขอโทษนะแก้วแว้ววว TT) ไปแล้วรู้สึกเป็นเอเลี่ยน 55+
ไปถึงศาลายาคราวนี้มีคนเยอะมาก เราเริ่มมีความรู้สึกแบบ เอ่อ พูดไม่ถูก ประมาณว่า “เหงา” ? คือเรารู้สึกว่าเราเลือกทางจากทุกคนมากๆ และเราก็หวังว่าทุกคนจะไม่ห่างจากเราไปเหมือนที่เคยพูดเอาไว้อ่ะนะ = =
เลิกดราม่า เข้าเรื่องต่อๆ
ก็ไปกินข้าว คุยๆๆ เดินๆ กินปังเย็น (ใหญ่ มากก มาาากก) เสร็จแล้วก็ กลับบ้าน
จบการกลับไทยคราวนี้
(สรุป กลับไทย 20 วัน ไปเที่ยวข้างนอก 13 วัน ไปเกะ 8 ครั้ง สยาม 12 — เหนื่อย 55)
จะบอกว่าหลายวันในนั้นวางแผนตั้งแต่ยังอยู่ญ๊่ปุ่น 55+ เช่นเคยสัญญากับเพื่อนม.5 หลายคนไว้ว่าจะจัดนัด (ขอโทษแก้วแว้วอีกรอบ TT คราวหน้าจะนัดให้ไปได้นะ) แล้วเพื่อนม.4 หลายคนก็บอกให้ “เบน จัดทริปๆๆๆๆ” (เหมือนตอนจัดไปเที่ยวทะเลเลย)
เหนื่อยตรงที่ต้องหาวันที่ทุกคนว่างตรงกันนี่แหละ !!!
มีบางคนที่อยากเจอ แต่ก็ไม่ได้เจอด้วย = =
เราได้กลับไทยครั้งหน้าคงเป็นเดือนสิงหา-กันยาแหละ
มีนาคงไม่ได้กลับละ TT สอบเสร็จวันที่ 7 พิธีจบ 17 ออกจากหอประมาณวันที่ 24 ย้ายเข้าหอใหม่วันที่ 29 พอเมษาก็เปิดเทอม เยี่ยมจริงๆ!
แต่ขอบอกว่าตอนนี้ตื่นเต้น จะได้เป็นเด็กมหาลัยกะเค้าซักที วู้วว!
กลับไปช่วงสิงหา-กันยาคงว่างมากๆๆ เพราะทุกคนเปิดเรียน แต่คิดว่าตอนนั้นสอบใบขับขี่ได้ชัวร์อยู่แล้ว เดี๋ยวไว้จะขับรถไปหาละกัน 55 (ดีเหมือนกัน จะได้พักมั่ง ไอ้ที่ป่วยจะได้หายๆซักที… หวังว่านะ)
พูดถึงเรื่องป่วยอีกทีนะ หมอบอกว่าเราเป็นเรื้อรังอ่ะ ถ้าไม่ดีอาจจะต้องผ่าตัด (ฟังดูน่ากลัว) แต่กลับไปคราวที่ผ่านมาเวลาไม่พอ เพราะว่าหลังผ่าแล้วยังต้องมาให้หมอดูอีกหลายครั้ง
สรุปคือตอนนี้เรายังไม่เป็นปกติเลยอ่ะ เหอๆๆ เซ็ง เซ็ง เซ็ง = =”
—————————————————————————————–
เข้าเรื่องต่อ ต่อจากนี้ก็เป็นเรื่องตอนก่อนกลับไทย (เล่าย้อนหลัง)
อย่างแรกก็คือ วันเกิดเรา (วันที่ 11)
ก็ไปเกะ (ตามเสต็ป)
จะบอกว่าเพื่อนมี surprise ด้วยเว้ย (คือเราไม่รู้ตัว)
ตอนนั้นเดินออกจากห้องเกะไปเข้าห้องน้ำ พอเข้าห้องเกะมาใหม่ก็นั่งฟังเพื่อนร้องเพลงไปพักนึง เพื่อนคนนึงก็บอกให้เราไปลด heater หน่อยเพราะมันร้อน เราก็หันไปปรับ พอหันกลับมาก็เห็นจอทีวีขึ้นเป็นเพลงใหม่เป็นลูกโป่งสีๆๆ แล้วเพลง Happy Birthday ด็ขึ้น
รู้สึกว่า timing มันเมพมาก 55+ แบบว่าไม่รู้ตัวจริงๆ
ต่อจากนั้นเราก็พาเพื่อนๆไปกินร้านอาหารไทย
อร่อยย แต่ว่าแพง(สาด) เอ่อ หมูสะเต๊กสี่ไม้ 200 บาท แล้วก็ผักผักบุ้ง 400 บาท Oo
กินเสร็จแล้วก็เดินเล่นๆแถวนั้น ไปกินเค้ก แล้วก็กลับหอ กลับถึงหอปุ๊ปก็นอนเลย (วันนั้นเราไม่สบาย = =” อย่างที่บอกไปก่อนหน้านี้)
ย้อนกลับมาก่อนหน้านั้นหนึ่งวัน
วันที่ 10 ธันวาคม 2553
เป็นวันรัฐธรรมนูญ (คนอ่าน : บอกทำไม)
วันนั้นเราก็ไปโกเบ (จะบอกว่าตั้งแต่อยู่ญี่ปุ่นมานี่ไปที่นี่ถึง 10 รอบและ = =”)
ชอบอ่ะ เป็นเมืองที่สวยดี ข้างนึงเป็นทะเล อีกข้างเป็นภูเขา
เอ่อ ว่าแต่… วันนั้นเราไปทำอะไรหว่า….
คือเข้ามีจัดงาน Illumination
มันก็คือไอ้นี่นี่เอง
ใหญ่ และก็สวยดี บวกกับคนเยอะมากๆๆๆ
เราก็เดินไปตามทาง ถ่ายรูปไปพลาง แล้วก็ฟังเพลงที่เค้าเปิดไปด้วย (จะบอกว่าเพลงมันอารมณ์คล้ายๆ title ของ Mr.Bean เลย 55+
มีวีดีโอให้ดูๆ
หลังจากนั้นเราก็เดินต่อไปเรื่อยๆๆ
ก็จะไปเจอกับ..
เห็นหัวคนมะ เยอะมาก
มีรูปใกล้ๆรูปนึง
เป็นอันว่าจบวันนี้…
ก่อนหน้านั้นก็….
สอบ!!!!!!!
จะบอก(อีกครั้ง)ว่าตั้งแต่เกิดมาไม่เคยอ่านหนังสือเยอะขนาดนี้มาก่อน แบบว่าคอมนี่ไม่ได้แตะเลย (ก็เลยหายไปนานมาก = =)
แต่เอาจริงๆคือเราก็ได้ออกไปเที่ยวบ้าง(บ่อยเหมือนกัน)แหละ แต่คือชีวิตเราเหมือนมีอยู่สามอย่างคือ เรียน อ่านหนังสือ เที่ยว
ทีวีกับคอมนี่บ้ายบายไปนานเลย (ที่เล่นเฟสได้ก็เพราะไอโฟนนี่แหละ)
แบบว่าเรียนเสร็จวันธรรมดาตอนเย็นก็อ่านนน อย่างน้อย 3 ชม เสาร์อาทิตย์ก็อย่างน้อย 6 ชม นึกย้อนกลับไปเทียบกับตอนม.6 นี่ต่างกันแบบหน้ามือเป็นหลัง…ขอโทษนะครับ…ตีนเลยทีเดียว คงเป็นเพราะว่าเราตั้งเป้าไว้สูงมาก (คะแนน) บางวิชานี่กะเอาร้อยอย่างเดียว (บ้าไปแล้ว) ก็เป็นพวกวิชาอ่านๆอ่ะ คือ เศรษฐศาสตร์ การเมือง ประวัติศาสตร์
พูดสั้นๆก็คือเป็นวิชาที่เราไม่ค่อยจะอ่านเวลาสอบตอนอยู่ม.ปลายนั่นเอง (ฮา)
โดยเฉพาะประวัติศาสตร์ ที่รู้สึกภูมิใจมาก เพราะเราเป็นคนเดียวที่สอบได้เต็ม(ทั้งสองครั้ง)เลยนะเว้ยย (ขอคนเขียนอวดหน่อย 55)ทำให้เรานึกย้อนไปว่า ถ้าตอนม.ปลายเราอ่านหนังสือสอบมากกว่านั้นก็คงได้คะแนนวิชาพวกนี้ดีขึ้นมาก
แต่ถึงย้อนกลับไปได้ก็ไม่อ่านอยุ่ดีแหละ เอาเวลาไปเที่ยวเล่น เล่นเกม ดูหนัง ดีกว่า 555+
สอบก็… สองอาทิตย์แน่ะ แบบว่าสอบเสร็จก็ไปอ่านหนังสือต่อ ติดๆๆกันทุกวัน
จะบอกว่าการเตรียมตัวสอบเนี่ยเราสรุปทุกวิชาลงโน้ตเลยเว้ย (ใช้กระดาษ เยอะ สาด สาด สาด สาด) แม้แต่เลขเราก็เปิดในหนังสือแล้วทำๆๆ ข้อไหนทำผิดก็จดลงไว้ แล้วก็มาทำใหม่
นึกย้อนกลับไปแล้วก็รู้สึกว่ากุทำไปได้ไงวะ!! (ตอนนี้ไม่มีไฟเลย 555)
เป็นอันว่าจบเรื่องสอบ
.
.
.
.
ต่อละนะ (อันสุดท้ายแล้ว อดทนไว้!! 55)
นี่ตั้งแต่วันที่ 4 พฤศจิกา
ตั้งแต่ก่อนสอบ (ก่อนสอบสามอาทิตย์) หลังจากที่เราพึ่งอัพบล็อกเอนทรี่ที่แล้วไปได้แปปเดียวเอง
วันนั้นไปทัศนศึกษาที่หมูบ้านภาพยนตร์…. ซึ่งถ้าใครจำได้ เราเคยไปกับโฮสตอนปลายเมษาน่ะ…. จำไม่ได้สินะ 55+
![]()
![]()
![]()
พอนึกออกบ้างมะ…. ที่มันเป็นที่ไว้ถ่ายหนังซามูไรอ่ะ..
นึกไม่ออกสินะ 55+
เอาเถอะ
คราวนี้ไปกับเพื่อนต่างชาติทั้งหมดอ่ะนะ
พูดตรงๆเลยว่าเราจำรายละเอียดไม่ได้แล้ว 55+ (มันตั้งสามเดือนมาแล้วว) เอาเป็นว่าจะรันรูปตามลำดับละกันนะ (ความจริงมีอยู่ในเฟสแหละ = =")
รูปข้างบนนี่เพื่อนผู้หญิง”สั่ง”ให้ไปถ่าย 55+ แอบอายนิดๆ แบบว่าคนก็เยอะอยู่
หัวคุณปู่ข้างบนนี่ (ตั้งชื่อเอง 55) จะผลุบๆโผล่ๆออกมาจากภูเขา คือเหมือนทุกๆ 15 นาทีจะขึ้นมา 5 นาทีหรืออะไรเนี่ยแหละ คนก็ไปรอดูกัน
ไปเล่นเกมยิงปืนกะยิงธนูมาด้วย
ได้ดาบซามูไรมาอันนึง 55+
ระหว่างเดินๆอยู่ ก็เจอร้านแว่น เพื่อนก็เลยชวนถ่ายรูป
ตลกดี 55
มีที่ให้ไปถ่ายรูปแบบใส่ชุดญี่ปุ่นด้วย (ความจริงมันก็แค่เสื้อคลุมอ่ะนะ)
สังเกตว่าเสื้อ กางเกง และรองเท้าเข้ากับชุดมาาาาากกกกกก (คงรู้ว่าประชดนะ 55)
มีอีกรูป
รูปนี้ค่อยดูเนียนหน่อย
ก่อนกลับเราก็ไปเดินดูอีกโซน เป็นโซนพวก “เรนเจอร์” ของญี่ปุ่น(เป็นส่วนใหญ่) พูดง่ายๆคือมีการ์ตูนที่มันชอบฉายช่อง 9 อยู่หลายตัวนั่นเอง
ยิงรูปละนะ
ความจริงมีรูปมากกว่านี้อ่ะ ถ้าอยากดูไปดูในเฟสเราละกันนะ อัพไปตั้งนานแล้ว
.
.
.
.
.
.
.
เยสสสสส
จบซักที วู้ววว
คราวนี้คงไม่ต้องตอบเม้นของคราวที่แล้วเนอะ = =” เพราะทุกคนที่เม้นไปเราว่าเราได้ไปเจอหมดแล้วตอนอยู่ไทย
ต่อจากนี้เราจะพยายามอัพ “อย่างน้อย” สองอาทิตย์ครั้ง แต่คิดว่าพอเข้าเดือนเมษาไปถึงพฤษภานี่จะมีเรื่องเล่าเยอะมากเพราะเราจะย้ายไปโตเกียว แล้วก็ต้องพารุ่นน้องไปเที่ยวจนไปถึง Golden Week นั่นแหละ นี่ยังไม่นับเรื่องของมหาลัยอีก นึกแล้วก็ตื่นเต้น
ขอให้โชคดีกับการสอบไฟนอลนะทุกคน!!
ห่างหายไปนาน ไม่รู้ว่าคนอ่านจะเหลือมั้ย 55+
ก่อนอื่นยินดีด้วยกับมหาลัยนะะ:)
ไปเพิ่มผชในฮิโต1คน เย่ๆ
ฮิโตเป็นมหาลัยที่สวยมวากกก แต่ก็เล็กมวากกกด้วย ฮะๆ
เห็นว่ามีละครหลายเรื่องไปถ่ายทำที่นี่นะ:3
ルミナリエสวยเนอะะะะะ
เป็็นอะไรที่พี่ปลื้มมากมาย
โดยเฉพาะถ้าขึ้นตึกไปดูจากข้างบนนี้จะสวยมากก เหมือนกล่องดนตรีเลย:)))
เอาละเขียนไรดี?
สัปดาห์หน้าพี่จะไปเที่ยวเกาหลีกับมินล่ะ!
ไม่รู้จะเขียนไรแล้ว
เอาเป็นว่ารักษาสุขภาพด้วยนะ:)!
ปล.ฮิโตมี4คณะนะ:) 社会学部อีกอัน(ถ้าจำไม่ผิดเช่นกัน 55)
อังอังอัง - February 7, 2011 at 18:09 |
เพิ่งได้เข้ามาอ่านนน :)))
เปนซูเปอร์เอนทรี่จิงๆ 5555
อ่านแล้วอิจฉาช่วงที่เบนกลับกทม.อ๊ะ อดเจอเลยย แงๆๆๆ :’((((
และก้ ดีใจด้วย ที่ได้เปนเดกมหาลัยซะทีนะศราเบนน:P
นี่เราก้จะสอบอีกแล้ววอ่ะ T.T
งัยก้ ดูแลตัวเองด้วยนะจ๊า
เราเลือกเรียนฝรั่งเศสด้วย งั้นจบเปนภาษาฝรั่งเศสละกันนะ 55
Prends soin ,,,,
Au revoir
<3 Tu me manques ! !
:))
Nu-Lek - February 8, 2011 at 06:10 |
เห็นด้วยว่า Super Entry~~!!
กระอักเลย…
555+++
รวบยอดหลายๆอย่าง
ที่เที่ยวน่าไปจริงไรจริง~~
ตอนนี้ที่นี้ก็จะสอบอีกแล้ว…
สอบโหดวันวาเลนไทน์~~!! T_T
แล้วสอบFinal จริงๆอีกทีวัันที่ 21
จะกลับมาอีกทีเมื่อไหร่อ่ะ
ปล. ปลาคาร์ฟยังปักอยู่บนโต๊ะเรานะ~
ปล.2 ขอบคุณที่ไปเยี่ยมบล็อกเรา 555+++
(เบน : ถึงได้มาบล็อกเราสินะ… = =”)
ช็อกโกแลตที่เบนทิ้งไว้ให้ห้องอาร์มอ่ะ
มันจะบูดรึยังอ่ะ
เราเพิ่งกินไปเมื่อสองวันก่อนเองอ่ะ…
จะเป็นไรมั๊ย?? 555+++
Inuami - February 8, 2011 at 23:44 |
ไงๆ อาการเป็นไงมั่ง เห็นบอกว่าที่นั่นหนาวด้วยนิ รักษาสุขภาพด้วยละกันนะ อย่าหักโหมอ่านหนังสือ(หรือเที่ยวหว่า= =”)มากนัก สอบเสร็จแล้วก็สบายแล้วนิ เป็นเราจะไปแม่งทั่วประเทศญี่ปุ่นเลย555 เอ๊ะยังไง ตะกี้ยังบอกว่าอย่าหักโหม555
อ่านทีไรก็อยากไปญี่ปุ่นทุกที เฮ้อออ อยากไปวุ้ย= =” ไม่อยากสอบเลย สอบวันวาเลนไทอีก เยี่ยมจริงๆTTwTT
ช่วงนี้ไม่มีอสรมณ์อ่านหนังสือเลย ชิวสุดๆ จะเห็นได้จากเวลาที่ตอบบล็อคนี่ ตรูยังไม่นอน555+
เที่ยวให้สนุกนะ เรียนๆโดดๆ ใช้ชีวิตให้คุ้ม555 เป็นเพื่อนที่ดีจริงๆตรู= =”
โชคดีๆ
WizarD - February 9, 2011 at 03:19 |
เป็นซุปเปอร์เอนทรี่่จริงๆอ่ะแบน เราแบบเห็นแล้วท้อ ต้องเก็บไว้อ่านหลังสอบ =w=
ซึ่งตอนนี้ก็กลับมาอ่านแล้ว ตามสัญญา (ถึงจะช้าหน่อยก็เถอะนะ ขอโทษษษษ T^T)
ก่อนอื่นนน คงต้องยินดีด้วยสินะที่ได้เป็นเฟรชชี่ จะมหาลัยไหนก็ช่างเถอะ เบนคงได้เกียรตินิยมอยู่ละ 555+
(ต่างประเทศมันมีป่าววะ เราไม่รู้ 55+) แต่แบบคะแนนสอบเข้าเราว่าหรู คะแนนในมหาลัยคงเรียนได้ดีแหละ
ดังน้นไม่ต้องอ่านหนังสือมาก มาอัพบล็อคให้อ่านดีกว่า 555+
เรื่องใบขับขี่เห็นตั้งแต่ในเฟสและ เป็นเราเราก็ช็อค อยู่กันตอนม.ปลายไม่รู้สึกหรอว่าตาบอดสี 55+ (แล้วนี่เราตาบอดสีป่าววะ)
แต่ที่ช็อคมากกกกกก คือ….. มีการขายใบขับขี่ด้วย?????? ประเทศไทยจงเจริญจริงๆ = =”
เราแอบอยากไปไอเมืองโรงหนังนั่นอ่ะ เห็นในเนกิมะเล่ม 4-5 แล้วมันออกแนวจะมีอีเว้นท์ด้วย
เหมือนให้คนเข้าไปอยู่ในส่วนนึงของหนัง ชอบมากกกก XD
เอาเถอะโชคดีกับชีวิตเฟรชชี่นะ ^^ (เราพึ่งจบมา รู้สึกแก่มาก 5555555+)
DenizeN - March 5, 2011 at 20:35 |